KorSan

บล็อก เรื่องเล่า ตำนานเล่าขาน กีฬา และประวัติศาสตร์

Page 2 of 3

4 วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตของหนุ่มๆ สาวๆ วัยทำงานอย่างเราเรา ที่ทำงานในออฟฟิศ ที่ต้องนั่งเป็นเวลานานๆ ติดต่อกัน ซึ่งในปัจจุบันถือเป็นอาการที่พบได้บ่อย ที่หากเรายังละเลยในตอนนี้ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

อาการของออฟฟิศซินโดรม

อาการเหล่านี้ได้แก่ อาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยหรือเกร็งตามกล้ามเนื้อส่วนตัวต่างๆ มีอาการเจ็บ ตึงและชาตามอวัยวะต่างๆ นิ้วล็อก นอนไม่หลับ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้ ในเบื้องต้นถือว่าอาจจะไม่รุนแรง จนบางคนก็ไม่ได้ใส่ใจ เลือกแก้ปัญหาเพียงทานยาแก้ปวด บีบนวด พอหายหรือดีขึ้นก็จบไป แต่จริงๆแล้ว เราหารู้ไม่ว่า สิ่งเหล่านี้อาจเป็นอาการเบื้องต้น สาเหตุของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในโดยที่เราคาดไม่ถึงเลยก็ได้ ทางที่ดีเมื่อมีอาการบ่อยๆ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

4 วิธีป้องกันไม่ได้เกิดโรคออฟฟิศซินโดรม

ปรับเปลี่ยนท่านั่งทุก ๆ 10 นาที

เวลาเราทำงาน เรามักจะนั่งยาวๆ และเผลอนั่งท่าเดิมนานๆ ดังนั้น คุณควรจะปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ขยับบ้าง แรกๆ อาจจะตั้งเวลาเพื่อคอยเตือน แต่พอเราทำบ่อยๆ แล้วร่างกายจะสามารถปรับได้อัตโนมัติ และท่านั่งที่เหมาะสมควรนั่งหลังตรง ไม่งอหรือเกร็งจนเกินไป อาจจะหาเบาะรองหลังมาช่วยเพื่อให้เราไม่เมื่อยล้าจนเกินไป เพื่อผลดีระยะยาวของกระดูกสันหลังของเรา

พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่หักโหมจนเกินไป

กฎหมายแรงงาน ระบุว่าระยะเวลาในการทำงานต่อวันคือ 8 ชั่วโมง และมีการพัก 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายเราได้พักผ่อนและเติมพลังงาน สิ่งเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตรงกับสุขภาพร่างกายของเราไม่ให้ร่างกายทำงานหนักจนเกินไป จริงอยู่ว่าเราอาจจะบอกว่ายังไหวอยู่ งานเยอะ ขออีกนิด งานเร่ง ฯลฯ นานาจิตตัง แต่หากวันใดที่ร่างกายทนไม่ไหวและล้มป่วยลง เราอาจจะสูญเสียมากกว่าแค่คำว่างานไม่เสร็จก็ได้ ทำงานแล้วอย่าลืมหาเวลาพักและนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพื่อดูแลร่างกายตัวเอง

จัดสภาพแวดล้อมให้ดีอยู่เสมอ

บรรยากาศในการทำงานนั้นสำคัญมากๆ เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะมันจะส่งผลต่อการทำงานของคุณเป็นอย่างมาก ควรจัดให้สวยงามเหมาะสม สบายตาอยู่เสมอ ไม่ควรรกจนเกินไป คุณควรมีหนังสือไว้อ่านคลายเครียด ,ภาพสวยๆ ไว้เป็นแรงบันดาลใจ ต้นไม้เขียวๆ สักต้นบนโต๊ะ หรือมีมุมจัดวางของน่ารักๆ ไว้ข้างๆ เพื่อที่จะช่วยผ่อนคลายและพักสายตาในยามที่เราเหนื่อยล้าได้

ทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย

การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และหาเวลาไปออกกำลังกายอยู่เสมอ จะช่วยให้เราห่างไกลโรคออฟฟิศซินโดรม อีกทั้งยังทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราดี สดชื่น สดใส พร้อมรับมือกับงานหนักในวันต่อๆไปได้อีกด้วย

มีสุภาษิตว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าใคร” แต่เมื่อต้องทำงานหนักแล้ว ก็อย่าลืมดูแลตัวเองอย่าสม่ำเสมอ บางครั้งสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือว่ามีความสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตัวเองกันเพื่อให้ห่างไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรม

อาการของออฟฟิศซินโดรม

วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคที่ทำให้มีความทรมานและทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรักษาเป็นอย่างมาก ซึ่งความเสี่ยงต่อโรงมะเร็งแต่ละชนิดในเพศชายและหญิงมีความแตกต่างกัน เช่น มะเร็งที่พบมากในเพศชาย คือมะเร็งปอดและมะเร็งตับ ส่วนเพศหญิงเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม การรับประทานอาหาร การใช้ชีวิตประจำวัน ฯลฯ

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีการดูแลสุขภาพอย่างง่ายที่ทุกคนนำไปปรับใช้ได้เพื่อให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง

1. ออกกำลังกายเป็นประจำ ได้แก่ ว่ายน้ำ เดิน วิ่ง โยคะ ฟุตบอล เทนนิส ฯลฯ ก็ช่วยทำให้ห่างไกลโรคมะเร็งได้ เนื่องจากลดความเครียดและทำให้ร่างกายหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนเพื่อปรับสมดุลของระบบต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ ควรออกกำลังกาย เป็นประจำ วันละ 30 นาที

2. หาวิธีในการคลายเครียด เช่น การทำสมาธิ ฟังเพลง ฝึกฝนการมองโลกในแง่ดี ฯลฯ จะทำให้อารมณ์ดี ความเครียดลดลง ทำให้ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้ เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า ความเครียดทำให้ภูมิต้านทานลดลงแล้วทำให้เป็นมะเร็งหลายชนิดตามมา

3. กินผักผลไม้เป็นประจำ โดยเฉพาะที่ประเภทที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ฝรั่ง ส้ม แครอท มะเขือเทศ ข้าวโพด ทั้งยังทำให้ได้รับวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน บำรุงสายตา และเส้นใยไฟเบอร์ เพื่อลดปัญหาท้องผูก และช่วยลดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

4. ไม่กินอาหารเดิมซ้ำ ๆ ในแต่ละวันควรกินอาหารที่มีความหลากหลาย เพื่อลดการสะสมสารเคมีและยาฆ่าแมลง รวมถึงสารอันตรายจากการประกอบอาหาร เช่น ไม่รับประทานอาหารหมักดองเค็มบ่อย ๆ เพราะเสี่ยงต่อการได้รับสารไนโตรซามีนที่ก่อมะเร็ง เลือกการรับประทานถั่วที่สะอาดปลอดภัยไม่มีเชื้อรา ที่ทำให้เสี่ยงต่อสารอัลฟ่าท็อกซิน ไม่รับประทานอาหารปิ้งย่างเป็นประจำ เพราะส่วนที่ไหม้ทำให้เป็นมะเร็งในระยะยาวได้

5. การหลีกเลี่ยงบุหรี่ ยาเสพติดและแอลกอฮอล์ เพราะนอกจากทำให้เป็นมะเร็ง เช่น ที่ตับ ปอด หลอดลม ฯลฯ ยังมีผลเสียต่ออวัยวะหลายส่วนและทำให้เป็นโรคหัวใจ ความดัน ไขมันในเลือดสูงด้วย

6. การตรวจร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยทุกปี จะทำให้พบมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ และรีบทำการรักษาได้ทันก่อนจะลุกลาม และถ้าพบความผิดปกติใด ๆ เช่น น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ท้องผูก ท้องเสีย โดยไม่ทราบสาเหตุ ฯลฯ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการหาสาเหตุและรักษาอย่างรวดเร็ว จะทำให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้

จะเห็นได้ว่า ทุกข้อที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านใส่ใจสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

การตรวจร่างกายเป็นประจำ

ทำไมเราจึงต้องเลือกใส่ รองเท้า

เท้า คืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวของเราทั้งหมด จะ 10 กิโล 20 กิโล ไปจนถึง 100 กิโล ทำหน้าที่หนักที่สุดในแต่ละวัน ทั้งยืน ทั้งเดิน ทั้งวิ่ง ก็เท้านี่แหละที่รับหน้าที่ตรงนั้นไป ฉะนั้น การดูแลสุขภาพเท้า จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้อวัยวะที่ใช้พาเราไปถึงจุดหมายในแต่ละวัน

รองเท้าสำคัญแค่ไหน ใส่เพื่ออะไรมีใครเคยสงสัยไหม ถ้ามันคือคำถาม คนส่วนใหญ่คงเลือกที่จะตอบว่าใส่เพื่อไม่ให้เท้าเปื้อนสิ่งสกปรก ใส่เดินในพื้นถนน ทางเดินข้างนอกที่มันมีความร้อนหรือกันเศษแก้วของมีคมไม่ให้บาดเท้า ยังมีคนอีกบางส่วนที่สวมใส่รองเท้า สลิปเปอร์ เดินภายในบ้าน ใส่เพื่อกันอะไรในเมื่อในบ้านไม่ได้มีเศษแก้วหรือของมีคมเลย

อวัยวะภายนอก สิ่งที่ควรระวัง

เราเคยสังเกตตัวเองไหม ว่าเราให้ความสำคัญกับอวัยวะในร่างกายแต่ละส่วนแค่ไหน เราดูแลร่างกายส่วนไหนเป็นพิเศษ อวัยวะมีทั้งภายในและภายนอก สิ่งที่เราระวังมากๆก็คงจะเป็นอวัยวะภายใน ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าข้างในเป็นอย่างไร ผิดกับอวัยวะภายนอก เรารับรู้และมองเห็นตลอด เวลายุงกัด เราเห็นว่ากัดตรงไหน มีดบาด เราเห็นว่าบาดตรงไหน คนส่วนใหญ่จึงมักใส่ใจดูแลอวัยวะภายในทั้งๆที่ดูแลยากกว่า ซึ่งอวัยวะภายนอกก็กลับไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควรทำ เช่น เท้าของเรา สังเกตง่ายๆเวลาที่อาบน้ำ เราก้มไปถูสบู่ที่ใต้ฝ่าเท้า ถูตามซอกนิ้วเท้าอย่างใส่ใจหรือเปล่า เรากลับมาเน้นถูในส่วน หน้า แขน ลำตัว ทีนี้เรามาลองสนใจส่วนเท้าของเรากันเถอะ

ในแต่ละวัน การเดินนานๆ ยืนนานๆ สิ่งที่สำคัญคือเท้า และปัจจัยสำคัญของเท้าก็คือ รองเท้า สิ่งที่จะดูแลเท้าของเราระหว่างวัน การเลือกรองเท้าจึงเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของเรามาก แม้แต่บางอาชีพยังต้องเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น นักฟุตบอล รองเท้าที่ใช้ใส่ลงสนามหญ้า ยังต้องเป็นรองเท้าที่มีปุ่ม เพื่อที่จะยึดเกาะกับสนาม ป้องกันการลื่นล้ม นักปีนเขา ก็ยังต้องใส่รองเท้าที่ทนทาน ปีนป่ายได้ง่าย และอีกหลายๆอาชีพที่ใช้รองเท้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ

รองเท้า คืออุปกรณ์ที่ช่วยเสริมบุคลิก และเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบต่างๆ เช่น รองเท้านักเรียน รองเท้าทหาร และการใส่รองเท้า ยังสามารถบ่งบอกถึงรสนิยม แฟชั่น ราคา และวัยของผู้สวมใส่ได้อีกด้วย ในการเลือกรองเท้าให้กับผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องใส่ใจรายละเอียดเป็นพิเศษ ควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่ง่าย พื้นมีดอกยางกันลื่นล้ม เพราะผู้สูงอายุมักมีปัญหา เรื่องการทรงตัวจึงควรระวังไม่ให้หกล้ม

เมื่อเราใช้งาน เท้า หนักเกินไป ควรผ่อนคลายโดยการเอาเท้าแช่น้ำอุ่น แล้วเราจะรู้สึกดีขึ้นจากความเหนื่อยล้า ใส่รองเท้าให้พอดีไม่หลวมไม่แน่นจนเกินไป เพื่อความสบายของอวัยวะสำคัญที่เราเรียกมันว่า เท้า

รองเท้าสำคัญแค่ไหน

สิ่งที่นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้เกี่ยวกับ Cloud hosting

Cloud Hosting เป็นคำที่นักธุรกิจทำเว็บไซต์ออนไลน์จะต้องรู้จักในปี 2019 เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการแก่ลูกค้า การเลือก Cloud Hosting ที่เหมาะสม จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัดและรองรับการทำธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Cloud Hosting เป็นระบบเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่จะมีการรวม Server หลาย ๆ แหล่งเชื่อมโยงกันเพื่อให้ทำงานพร้อมกันได้ ทำให้เกิดการประมวลข้อมูลจำนวนมากได้เร็ว หากเครื่องใดมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็จะยังมีเครื่องอื่นมาชดเชย ผลักดันให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ดำเนินไปได้จนเสร็จ

ระบบ Cloud Hosting แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. IaaS หรือ Infrastructure as a Service มีการบริการฮาร์ดแวร์ร่วมกับระบบรักษาความปลอดภัยในคอมพิวเตอร์ ปรับเพิ่มลดขนาดของ CPU Harddisk Ram (หน่วยความจำ)

2. PaaS หรือ Platform as a Service เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานของระบบฮาร์ดแวร์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นส่วนของระบบปฏิบัติการและ Application ต่าง ๆ มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง

3. SaaS หรือ Software as a Service เป็นการให้บริการโปรแกรมซอฟต์แวร์แก่ลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนแพงในการซื้อโปรแกรมและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เมื่อเลือก SaaS จะได้ระบบอีเมล์และระบบการจัดการกับลูกค้า (CRM) ไปใช้งานได้โดยสะดวก

Cloud Hosting กับ Web Hosting มีความแตกต่างกัน คือ ถ้าเป็น Web Hosting จะมีการใช้ Server 1 เครื่อง ถ้าเครื่องมีปัญหาก็จะต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมเสียเวลาหลายชั่วโมง ทำให้ธุรกิจสะดุดได้ ส่วนบริการของ Cloud Hosting อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า แต่ก็ช่วยรับประกันได้ว่าจะไม่ทำให้ธุรกิจสะดุด หรือทำให้ต้องเสียลูกค้าไปให้แก่ธุรกิจเจ้าอื่นที่ขายสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน

ในส่วนของการสำรองข้อมูลก็มีความต่างเช่นเดียวกัน คือ ถ้าเป็นระบบ Web Hosting จะต้องใช้เวลาในการคัดลอกข้อมูลมาก เพื่อสำรองเอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากวันใดระบบปฏิบัติการมีปัญหา ก็จะต้องใช้เวลามากถึง 2-3 วัน ในการดึงข้อมูลเก่ามาใช้ หรือที่เรียกว่า การ Backup ข้อมูล

แต่ Cloud Hosting จะใช้วิธีการสำรองข้อมูลจะแบบ Snapshot คือสำรองข้อมูลทุกวัน จึงสามารถที่จะกู้ข้อมูลขึ้นมาใช้ได้ทันที ในกรณีที่ระบบมีปัญหาไม่ว่าจะในจุดใด ทั้งยังเก็บข้อมูลได้ย้อนหลังเกือบ 1 เดือนด้วย

จากคุณสมบัติที่กล่าวมา จึงทำให้การเลือกใช้บริการ Cloud Hosting เป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย และเป็นการป้องกันปัญหาที่จะตามมา เช่น เว็บไซต์ล่ม การดาวน์โหลดข้อมูลช้า ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยของการใช้บริการ Web Hosting ที่ทำให้ธุรกิจต้องชะงักและเสียลูกค้าไปให้คู่แข่ง

สิ่งที่นักธุรกิจออนไลน์ควรรู้เกี่ยว Cloud hosting

ไขข้อสงสัย SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร อะไรดีกว่ากัน

SEO และ SEM เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งมีบริษัทเอกชนรับทำทั้งสองสิ่งนี้เป็นจำนวนมาก แต่นักธุรกิจออนไลน์จำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบความแตกต่าง จึงเลือกไม่ถูกว่าควรทำการตลาดแบบใดดี ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมมาเพื่อไขข้อสงสัยกัน ดังนี้

ความหมายของ SEO และ SEM

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องใช้เงินแต่จะทำให้มีอันดับสูงในการสืบค้นผ่าน Search Engine ได้ โดยการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนการผลิตบทความที่มีคุณภาพ สร้างสื่อมัลติมีเดียที่น่าสนใจ และการเชื่อมโยงลิงค์หรือที่เรียกว่า Back Link เพื่อให้มีลูกค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่มาจากเว็บไซต์ภายนอกได้

ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการทำการตลาดด้วยการซื้อพื้นที่โฆษณา โดยเจ้าของเว็บไซต์จะต้องเสียค่าโฆษณาในรูปแบบ PPC หรือ Pay Per Click คือจะต้องจ่ายเงินแก่ Search Engine เมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคลิกไปตามที่โฆษณาไว้

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEM

SEM มีข้อดี คือสามารถที่จะจ้างบริษัททำได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูลมาก แม้จะมีหน้าเพจเพียงหน้าเดียวก็สามารถทำได้เลย หากต้องการเพิ่ม keyword ในเพจ ก็สามารถทำได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว โอกาสที่จะขายสินค้าและบริการได้ก็จะมีสูง เมื่อลูกค้าเห็นโฆษณาก็จะคิดเข้าไปในทันที

ส่วนข้อเสียของการทำ SEM ที่ชัดเจน ก็คือจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประมูลพื้นที่โฆษณา ซึ่งหากเงินในการประมูลหมดก็จะทำให้การโฆษณาสิ้นสุดลง นอกจากนี้ราคาค่าโฆษณายังขึ้นอยู่กับว่ามีคู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันมากน้อยเพียงใด (ถ้าหากมีคู่แข่งมากก็อาจก็จะทำให้ต้องเสียค่าโฆษณาสูงขึ้น)

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEO

การทำ SEO นั้นจะมีข้อดี คือเจ้าของเว็บไซต์สามารถทำได้เองหรือจะจ้างทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทำก็ได้ โดยในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนมากมายที่รับทำ SEO คิดราคาเป็นแพ็คเกจที่สามารถประเมินผลการเปลี่ยนแปลงของอันดับให้เจ้าของเว็บไซต์ได้ ซึ่งการทำ SEO อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดข้อมูลที่มีคุณภาพปริมาณมาก ทำให้ algorithm ของ Search Engine วิเคราะห์ผลและจัดอันดับที่ดีได้ตามมา โดยไม่เสียค่าโฆษณาใด ๆ

แต่ SEO ก็มีข้อเสียก็คือต้องใช้เวลานานกว่าการทำ SEM และหากเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง ก็ต้องใช้เวลาในการสะสมข้อมูลมากขึ้นไปอีก ทั้งต้องมีความสม่ำเสมอในการทำ หากไม่มีการอัพเดทเว็บไซต์ก็จะทำให้อันดับของการทำ SEO ตกลงไปด้วย

การทำ SEO และ SEM จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การตัดสินใจจะทำสิ่งใดก็ควรจะปรึกษาจากผู้ที่มีความชำนาญในการทำโฆษณาทั้งสองแบบ แล้วจึงเลือกวิธีที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายมากที่สุด

ไขข้อสงสัย SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

Hosting และ server เกี่ยวกับเว็บไซต์ขายของออนไลน์อย่างไร

การขายสินค้าและบริการทางสื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบัน เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องรู้จักการเลือก hosting และ server ที่ดีและตอบโจทย์การทำธุรกิจของคุณ ซึ่งทั้งสององค์ประกอบนี้มีความเกี่ยวข้องกับการทำเว็บไซต์อย่างไร มาดูกัน

Hosting และ server เกี่ยวกับเว็บไซต์ขายของออนไลน์

Hosting คือ อะไร

การขายสินค้าบนโลกออนไลน์ ต้องมีการใช้พื้นที่บนโลกเสมือนที่เทียบเคียงได้กับการใช้พื้นที่ในตลาดนัด หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หากเลือกตลาดที่มีการบริหารจัดการไม่ดี หรือมีขนาดพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่ำกว่าสเปคของธุรกิจคุณ ก็จะไม่สามารถสนับสนุนการขายได้เท่าที่ควร

Server คือ อะไร

เป็นการใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าที่มีความต่างจากหน้าร้านจริงตรงที่ต้องดูแลด้านการส่งข้อมูล input output ใน hosting ที่คุณเลือกใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในทุก ๆ วัน ซึ่งไม่ใช่ว่าจะรองรับเพียงธุรกิจของแบรนด์ใดเท่านั้น ในความเป็นจริงต้องตอบโจทย์การใช้งานของธุรกิจเล็ก กลาง ใหญ่ ที่บริษัท hosting ทำสัญญาจ้างงานรายปี จำนวนหลายร้อยบริษัทพร้อม ๆ กัน

คงเห็นแล้วว่าหากเลือกบริษัท hosting ที่ขาดความพร้อมในทีมช่างเทคนิค โปรแกรมเมอร์ที่ดูแลระบบ และ server ที่มีคุณภาพต่ำ ไม่อัพเกรด หรือมีสเปคต่ำกว่าธุรกิจที่คุณเลือกผูก package ก็จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีในการสร้างความรื่นไหลในการเข้าชมและสั่งซื้อสินค้าและบริการออนไลน์จากผู้ชม แน่นอนว่ามีผลต่อยอดผู้ชมและยอดขายของแบรนด์คุณเป็นอย่างมากด้วย

เว็บไซต์ที่ต่างกันมีผลต่อการเลือก hosting และ server อย่างไร

ในปัจจุบัน เราแยกเว็บไซต์ออกเป็นสองแบบ คือ

1. เว็บไซต์ static มีความหมายว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา content นิ่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของผู้ชม ผู้ที่จะแก้ไขได้ต้องเป็นทีมงานหรือเจ้าของเว็บไซต์เท่านั้น ที่จะสามารถ upload ข้อมูลใหม่ ๆ ลงไป

2. เว็บไซต์ dynamic เป็นเว็บไซต์ที่มีการอัพเดตข้อมูลตามการโพสต์ของลูกค้า เช่น การรีวิว chat webboard การทำให้เป็นเช่นนี้ได้ต้องวางระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานลักษณะนี้ โดยเฉพาะ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องหมั่นมาเข้า website ดูการเปลี่ยนแปลงตลอด

การที่มีคุณสมบัติของเว็บไซต์ในพื้นฐานที่ต่างกันดังกล่าว ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต้องเจรจากับบริษัท hosting ที่มีทีมงาน และ server ที่มีความพร้อมกับธุรกิจของคุณ ซึ่งแต่ละแบรนด์ ก็ต้องการหน้าบ้านออนไลน์ที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป

Hosting กับ server เกี่ยวกับเว็บไซต์ขายของออนไลน์อย่างไร

การเลือก hosting และserver ที่ดีจึงช่วยเสริมสร้างความก้าวหน้าของธุรกิจให้เติบโต มีความคล่องตัวในการทำงาน ลดความวุ่นวายในการประสานงานกับทั้งลูกค้าและทีมงาน คุณจึงสามารถทำเว็บไซต์ออนไลน์ได้อย่างสบายใจ และมีความสุขกับยอดขายที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

แนวโน้มที่เปลี่ยนไปของการท่องเที่ยวไทยในยุค 2018

การท่องเที่ยวไทยในยุค 2018

การท่องเที่ยวไทยในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมาโด่งดังในลักษณะของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร ฟื้นฟูธรรมชาติ เช่น ระบบป่าชายเลน การดูแลเต่าทะเล ซึ่งได้อาศัยความมีส่วนร่วมทั้งจากภาครัฐและเอกชนตลอดจนการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อ โดยเฉพาะโทรทัศน์ รายการทีวี เพื่อสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวไทยในเชิงกระตุ้นจิตสำนึกรักธรรมชาติในรูปแบบต่าง ๆ

สำหรับยุคสมัย 2018 ที่โลกออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของแทบทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะคนวัย 18 -35 ปีที่เรียกว่า ชาวมิลเลนเนียน ก็ทำให้สไตล์กิจกรรมการท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไป โดยแพล็ตฟอร์ม (platform) และแอปพลิเคชั่น ใหม่ ๆ ในระยะช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และต่อจากนี้จะมีบทบาทมากที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ แก่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

แนวโน้มที่เปลี่ยนไปของการท่องเที่ยวไทยในยุค 2018

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้สูงวัย (วัยทองและวัยหลังเกษียณ) ทั้งไทยและเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากประเทศไทยเองก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ (Complete Age Society) ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับประชากรส่วนใหญ่ของโลก ประกอบกับการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) เนื่องจากค่าครองชีพในไทยที่ไม่แพงเกินไป สำหรับการชื่นชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจไปพร้อม ๆ กัน

จึงทำให้มีการขยายตัวของธุรกิจสถานพยาบาลและคลินิกเฉพาะทางต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล JCI (Joint Commission International Accreditation) ทั้งในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั้งในเขตตัวเมืองและเกาะต่าง ๆ เช่น ภูเก็ต เพื่อรองรับการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคและการฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งของคนในประเทศ (เน้นที่กลุ่มผู้มีรายได้ 500,000 บาทต่อปีขึ้นไป) และนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยเฉพาะประเทศไทย (ซึ่งหลาย ๆ สถาบันวิเคราะห์ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในภูมิภาคนี้)

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Medical Tourism จากต่างชาติที่จะมีอิทธิพลสูงต่อการท่องเที่ยวไทยในอนาคต ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินไว้ คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีความสนใจในบริการทางการแพทย์และสุขภาพเฉพาะด้าน คือ การรักษาภาวะมีบุตรยากและการดูแลด้านความงามและสุขภาพด้วยศาสตร์ชะลอวัย (Antiaging) ซึ่งประเทศไทยมีชื่อเสียงอย่างมากทั้งในภาคปฏิบัติและงานบริการที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและภาคการเรียนการสอนที่มีหลักสูตรระดับนานาชาติทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Anti-aging and Regenerative Science) ที่รู้จักกันโดยทั่วไป

ทั้งนี้ ตลาดทางธุรกิจท่องเที่ยวไทยจะมีแนวโน้มที่สดใสและมั่นคงได้นานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อเมื่อประเทศไทยมีพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการค้าที่ดี บนพื้นฐานทัศนคติที่ตั้งใจจะ “ก้าว” พัฒนาและเรียนรู้ไปพร้อมกัน มิใช่มุ่งหวังจะเป็นคู่แข่งทางการค้าอย่างในอดีตที่ผ่านมา

ขั้นต้นสำหรับเพื่อการฝึกหัดบอล

การฝึกหัดบอลอย่างมือโปร

การเล่นบอลจะช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดียิ่งขึ้น เป็นกิจกรรมการบริหารร่างกายที่ทำให้ผู้เล่นได้ฝึกหัดความว่องไว รวมทั้งร่างกายได้มีการเคลื่อนอยู่เสมอเวลา นอกเหนือจากนี้การเล่นบอลยังมีผลให้พวกเราได้เพื่อนฝูงใหม่มากมายอีกด้วย

สำหรับในการซ้อมเป็นเบื้องต้นที่ผู้เล่นทุกคนได้ทำความเข้าใจและก็ฝึกหัดปฏิบัติ เนื่องจากว่าสำหรับการฝึกหัดมีประโยชน์อย่างยิ่งทำให้ร่างกายได้ทำงานมากกว่าการอยู่แบบธรรมดา ตลอดจนการฝึกอบรมจะเบาๆฝึกหัดเป็นลำดับขั้นรวมทั้งเพิ่มความยากขึ้นไปตามระดับ ก่อนที่จะมีการฝึกฝนจำเป็นต้องจัดประเภทการฝึกฝนจากคนที่ไม่เคยเล่นกีฬาจนกระทั่งเป็นนักกีฬาที่มีความรู้และมีความเข้าใจก่อน และก็กระทำฝึกหัดตามระดับขั้นตั้งแต่การฝึกหัดสมรรถภาพทางด้านร่างกายแบบทั่วๆไป เพื่อร่างกายพร้อมสำหรับเพื่อการฝึกหัด แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มฝึกฝนเพื่อจะเสริมฐานรากของกีฬาโดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างการเล่นบอลผู้เล่นจะฝึกฝนเฉพาะการเคลื่อนไหวสำหรับในการเล่นบอล ไปกระทั่งฝึกหัดเพื่อมีสมรรถนะที่สูงสุด และก็สำหรับการฝึกฝนยังมีแนวทางที่เกิดเรื่องเฉพาะของนักกีฬา ที่ได้แบ่งได้ 2 ชนิด เป็นแนวทางเบื้องต้น ซึ่งเป็นลีลาหรือการเคลื่อนไหวที่ให้ความสามารถได้ดิบได้ดีที่สุด โดยจะมัธยัสถ์กำลังเดินทางมากที่สุด แล้วก็วิธีพลิกแพลง ควรต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจส่วนตัว ความสามารถพิเศษ และก็ความเฉลียวฉลาด จากประสบการณ์ที่มาจากการฝึกฝนแล้วก็แข่ง สำหรับการฝึกฝนทำอีกครั้งเสมอๆในท่าที่ได้ประสิทธิภาพที่ดีจะกำเนิดผลดีอย่างยิ่ง

สิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกหัดก็คือ ผู้เล่นต้องพิจารณาถึงอายุ รูปร่าง แล้วก็ความสามารถทางร่างกายด้วย ว่าจะเหมาะสมกับการเล่นกีฬาในแต่ละประเภทหรือเปล่า เพื่อจะได้ปลอดภัยต่อการเล่นรวมทั้งสนุกไปกับการเล่นกีฬานั้นๆ

กีฬาที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

กีฬาที่เล่นกันอยู่ในขณะนี้มีอยู่ร่วมกันหลากหลายชนิด แต่ว่าก็มีกีฬาเพียงแต่ไม่กี่จำพวกที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยแม้กระนั้นก็จะต้องขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละคนประกอบกันด้วย เนื่องจากมนุษย์เราถึงอายุจะเสมอกันแม้กระนั้นความแข็งแรงของร่างกายก็ต่างกันได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีโรคประจำตัวถ้าหากไม่มั่นใจควรจะขอคำแนะนำหมอก่อนจะมีการเล่น และก็สำหรับกีฬาที่ทุกเพศทุกวัยสามารถเลือกเล่นได้ก็ดังเช่นว่า

1. การขี่จักรยาน เป็นกีฬาที่ช่วยทำให้คุณสามารถบริหารร่างกายได้ทุกรูปร่างของร่างกาย แม้กระนั้นการขี่จักรยานก็ยังแบ่งย่อยออกไปอีกหลากหลายชนิดขึ้นกับชนิดของรถจักรยานที่ใช้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวควรที่จะทำการเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรารวมทั้งสรีระของร่างกายกันด้วย

2. ว่าย เป็นกีฬาอีกชนิดที่คุณสามารถบริหารร่างกายได้ทุกรูปทรงเช่นเดียวกัน รวมทั้งสามารถเล่นกันได้ทุกเพศทุกวัยแต่ว่าบางทีอาจจะจำต้องใช้ความสามารถรวมทั้งการฝึกอบรมสำหรับในการเล่น สำหรับคนใดกันที่ยังขาดทักษะสำหรับในการว่ายขั้นแรกก่อนจะมีการเล่นคุณควรจะได้รับการฝึกอบรมกันซะก่อน เนื่องจากจัดเป็นกีฬาที่ค่อนข้างจะเสี่ยงพอเหมาะพอควรสำหรับคนที่ยังว่ายไม่เป็น

3. วิ่ง สำหรับกีฬาวิ่งจะเป็นกีฬาลำดับที่หนึ่งที่คนไม่ใช่น้อยหนึ่งถึงเมื่ออยากเล่นกีฬาหรือบริหารร่างกาย เนื่องจากสามารถเล่นได้ง่ายและไม่ควรมีวัสดุอุปกรณ์อะไรมากมาย ที่สำคัญยังมีสถานที่ให้สามารถใช้เพื่อการวิ่งได้มากกว่ากีฬาจำพวกอื่น

4. เดินเร็ว พวกเราบางทีก็อาจจะไม่ค่อยได้มองเห็นการประลองเดินเร็วเท่าไรนัก แต่ว่าก็มีจัดขึ้นในบางรายการแข่งขันชิงชัย ถึงแม้ว่าจะมิได้ไปสู่รายการชิงชัยกีฬาใหญ่ๆหลายรายการก็ตามที การเดินเร็วเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่จัดได้ว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัยกันจริงๆ

แรงบันดาลใจสำหรับในการเล่นกีฬาบอล

การเล่นกีฬาบอลที่ดีนั้นย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จได้เหมือนกัน แต่ว่าการที่จะเล่นบอลนั้นกำเนิดความสบายในระหว่างการเล่นกีฬาบอล หรือมีแรงสำหรับในการเล่นมากเพิ่มขึ้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยสิ่งจูงใจของส่วนประกอบหลายๆด้าน

ยกตัวอย่างเช่นผู้ฝึกสอนนักกีฬาบอลนั้นย่อมมีการสร้างสิ่งจูงใจให้กับยักกีฬาอยู่แล้ว ดังเช่น การผลิตแรงกระตุ้นสำหรับเพื่อการเล่นเป็นระบบกลุ่ม การผลิตแรงกระตุ้นเมื่อกลุ่มด้อยกว่าผู้เล่นปรปักษ์

ซึ่งจะเป็นสิ่งที่มีความหมายเป็นอันมากในขณะฝึกหัดหรือเป็นกาแข่งอยู่ การที่จะไปสู่ความสำเร็จเยอะขึ้นเรื่อยๆสำหรับในการเล่นกีฬาบอลนั้นย่อมมีต้นสายปลายเหตุด้านสิ่งจูงใจเข้ามาช่วยด้วย ก่อนจะมีการสร้างสิ่งจูงใจของนักกีฬานั้นตัวผู้ฝึกสอนเองควรมีการฝึกซ้อมหรือเป็นการทำความเข้าใจแนวทางต่างๆสำหรับในการสร้างกำลังใจที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวสิ่งจูงใจนั้นจะแปลว่าการทำให้จิตใจผู้อื่นให้มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นหรือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับคนอื่นๆ ลักษณะสำหรับเพื่อการสร้างแรงบันดาลใจต่างๆของนักกีฬาบอลมีดังต่อแต่นี้ไป

พลังงาน เป็นเมื่อนักกีฬาที่แรงสำหรับการแข่งหลงเหลืออยู่มากมายมากแค่ไหนแล้วผู้ฝึกสอนทำสร้างแรงบันดาลใจเข้าไปแล้วนักกีฬากำเนิดมีแรงมากมายเพิ่มเพิ่มขึ้นจากเดิม

แนวทาง ซึ่งก็คือ เมื่อมีการสร้างสิ่งจูงใจให้กับนักกีฬาเกิดขึ้นนั้น ผู้ฝึกสอนต้องหาวิธีการชักชวนจิตใจของนักกีฬานั้นให้มีการทำให้ประสบความสำเร็จที่ผู้ฝึกสอนได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า แล้วนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์

ความรู้สึกดำรงอยู่กับการบรรลุเป้าหมาย หมายคือ เมื่อนักกีฬามีภาวะทางด้านจิตใจในขณะที่ทำการประลองนั้นมีพลังผู้ฝึกสอนจะทำเช่นไรเพื่อเป็นการสร้างสิ่งจูงใจให้กับนักกีฬามีพลังเหมือนเดิมอยู่เสมอจนกระทั่งการประลอง ให้ความรู้ความเข้าใจสึกต่างๆทนทานไว้ ได้แก่ การที่จะเอาชนะปรปักษ์ หาจังหวะสำหรับการทำคะแนนมากเพิ่มขึ้น

« Older posts Newer posts »

© 2020 KorSan

Theme by Anders NorenUp ↑