KorSan

บล็อก เรื่องเล่า ตำนานเล่าขาน กีฬา และประวัติศาสตร์

Category: SEO

SEO-SEO กับ SEM เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

การตลาดออนไลน์มีอยู่หลายเทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ไว ขายสินค้าได้มากขึ้น และมีลูกค้าประจำรวมถึงลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง SEO และ SEM ต่างเป็นเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำให้ผู้สนใจขายของออนไลน์ทำทั้งสองวิธี เนื่องจากแต่ละวิธีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงควรทราบก่อนการเลือกทำ

SEO ย่อมาจากคำว่า search engine optimization เป็นกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ใน 2 ส่วน คือ ด้าน on-page SEO เช่น การทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงาม ใช้งานได้ง่าย แยกสินค้าเป็นหมวดหมู่ มีการทำฟอนต์และสีประจำเว็บไซต์ที่โดดเด่นจากที่อื่น การทำบทความที่มี keyword ตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย คุณภาพงานเขียนบทความที่สดใหม่ไม่ซ้ำใคร และต้องใช้ภาษาที่สื่อสารถึงกลุ่มผู้อ่านได้อย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการทำ off-page SEO คือ การทำลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์หรือเพจในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook หรือ Instagram เพื่อเพิ่มค่า Traffic ให้เว็บไซต์ และจะทำให้ได้ลูกค้ามาจาก หลาย ๆ แห่ง เป็นช่องทางการขยายฐานลูกค้าและทำให้เกิดการบอกต่อได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น การทำ SEO จะต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าต้องทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบ algorithm ของ Google มาเก็บข้อมูลนำไปเปรียบเทียบผลกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้ keyword ในการสืบค้นเดียวกัน โดยเฉลี่ยใช้ระยะเวลาการเห็นผล SEO จึงอยู่ที่ 2-3 เดือนขึ้นไป ซึ่งสามารถดูได้จากการพิมพ์ในช่อง search ของ Google จะเห็นอันดับที่อยู่ด้านบนขึ้นเรื่อย ๆ

SEM ย่อมาจาก search engine marketing เป็นการทำการตลาดที่เห็นผลอย่างรวดเร็วทันที เนื่องจากเป็นการเช่าพื้นที่โฆษณาสินค้า ซึ่งมักจะแสดงอยู่ทางด้านขวามือของจอคอมพิวเตอร์ หรือด้านบนสุดของมือถือผู้ใช้งาน ทั้งนี้ Google จะมีการคิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของเว็บไซต์เป็น 2 ส่วน คือ การประมูลพื้นที่ที่ต้องแข่งกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้ keyword เดียวกัน และเมื่อได้พื้นที่แล้ว ก็ต้องทำการชำระตามจำนวนครั้งของการคลิกที่มีผู้สนใจเข้ามาชมข้อมูลตามลิงก์ที่แนบไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสินค้าเสนอขาย หรือเว็บไซต์เนื้อหา โปรแกรมบอลเมื่อคืน บ้านบอล ก็สามารถทำ SEM ได้ทั้งหมด เรียกว่าเป็นค่าโฆษณาแบบ Pay per click

การทำ SEM จึงหวังผลได้สูง ว่าจะมียอดขายที่ดีขึ้นในเวลาไม่กี่วัน เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการกระตุ้นยอดขายแบบเร่งด่วน เน้นการโปรโมทสินค้าใหม่ หรือตรงกับช่วงเทศกาลที่มีผู้นิยมมองหาของขวัญหรือใกล้วันที่เงินเดือนออก เป็นต้น การทำ SEO และ SEM มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน แต่สามารถนำมาผสมผสานทำร่วมกันได้ในเว็บไซต์เดียว เพียงแต่ต้องเข้าใจหลักการและคาดหวังผลให้ถูกต้อง เลือกจังหวะวางแผนการตลาดให้ดี จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการทำ

ไขข้อสงสัย SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร อะไรดีกว่ากัน

SEO และ SEM เป็นวิธีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่นิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งมีบริษัทเอกชนรับทำทั้งสองสิ่งนี้เป็นจำนวนมาก แต่นักธุรกิจออนไลน์จำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบความแตกต่าง จึงเลือกไม่ถูกว่าควรทำการตลาดแบบใดดี ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมมาเพื่อไขข้อสงสัยกัน ดังนี้

ความหมายของ SEO และ SEM

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์โดยที่ไม่ต้องใช้เงินแต่จะทำให้มีอันดับสูงในการสืบค้นผ่าน Search Engine ได้ โดยการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนการผลิตบทความที่มีคุณภาพ สร้างสื่อมัลติมีเดียที่น่าสนใจ และการเชื่อมโยงลิงค์หรือที่เรียกว่า Back Link เพื่อให้มีลูกค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าที่มาจากเว็บไซต์ภายนอกได้

ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing เป็นการทำการตลาดด้วยการซื้อพื้นที่โฆษณา โดยเจ้าของเว็บไซต์จะต้องเสียค่าโฆษณาในรูปแบบ PPC หรือ Pay Per Click คือจะต้องจ่ายเงินแก่ Search Engine เมื่อมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคลิกไปตามที่โฆษณาไว้

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEM

SEM มีข้อดี คือสามารถที่จะจ้างบริษัททำได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูลมาก แม้จะมีหน้าเพจเพียงหน้าเดียวก็สามารถทำได้เลย หากต้องการเพิ่ม keyword ในเพจ ก็สามารถทำได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จึงเป็นการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว โอกาสที่จะขายสินค้าและบริการได้ก็จะมีสูง เมื่อลูกค้าเห็นโฆษณาก็จะคิดเข้าไปในทันที

ส่วนข้อเสียของการทำ SEM ที่ชัดเจน ก็คือจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการประมูลพื้นที่โฆษณา ซึ่งหากเงินในการประมูลหมดก็จะทำให้การโฆษณาสิ้นสุดลง นอกจากนี้ราคาค่าโฆษณายังขึ้นอยู่กับว่ามีคู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันมากน้อยเพียงใด (ถ้าหากมีคู่แข่งมากก็อาจก็จะทำให้ต้องเสียค่าโฆษณาสูงขึ้น)

ข้อดีและข้อเสียของการทำ SEO

การทำ SEO นั้นจะมีข้อดี คือเจ้าของเว็บไซต์สามารถทำได้เองหรือจะจ้างทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทำก็ได้ โดยในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนมากมายที่รับทำ SEO คิดราคาเป็นแพ็คเกจที่สามารถประเมินผลการเปลี่ยนแปลงของอันดับให้เจ้าของเว็บไซต์ได้ ซึ่งการทำ SEO อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดข้อมูลที่มีคุณภาพปริมาณมาก ทำให้ algorithm ของ Search Engine วิเคราะห์ผลและจัดอันดับที่ดีได้ตามมา โดยไม่เสียค่าโฆษณาใด ๆ

แต่ SEO ก็มีข้อเสียก็คือต้องใช้เวลานานกว่าการทำ SEM และหากเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันกันสูง ก็ต้องใช้เวลาในการสะสมข้อมูลมากขึ้นไปอีก ทั้งต้องมีความสม่ำเสมอในการทำ หากไม่มีการอัพเดทเว็บไซต์ก็จะทำให้อันดับของการทำ SEO ตกลงไปด้วย

การทำ SEO และ SEM จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การตัดสินใจจะทำสิ่งใดก็ควรจะปรึกษาจากผู้ที่มีความชำนาญในการทำโฆษณาทั้งสองแบบ แล้วจึงเลือกวิธีที่คุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายมากที่สุด

ไขข้อสงสัย SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร

© 2020 KorSan

Theme by Anders NorenUp ↑