บล็อก เรื่องเล่า ตำนานเล่าขาน กีฬา และประวัติศาสตร์

Category: จิปาถะ

วิธีหางานที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด

การทำงานที่ตรงกับความถนัดและความชอบเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีแรงผลักดันเชิงบวกในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดียิ่งขึ้น หากเป็นธุรกิจส่วนตัวก็จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง หรือหากเป็นสายงานอาชีพ พนักงานออฟฟิศ ก็จะทำให้คุณมีความสุขกับการทำงานทุกวันและมีการเติบโตก้าวหน้าที่ดียิ่งขึ้น

เรามาดูกันว่าจะมีวิธีใดที่ช่วยให้คุณวิเคราะห์ตัวเองง่ายขึ้น เพื่อให้พบงานที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

1. สังเกตงานอดิเรกที่ชอบทำ
แต่ละคนจะมีอุปนิสัยที่ชื่นชอบงานอดิเรกแตกต่างกัน เช่น วาดรูป เล่นกีฬา เล่นเกมส์ ฟังเพลง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือกระจกสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณ ขอให้ลองจดบันทึกสิ่งที่มักทำบ่อย ๆ ยามว่าง จะช่วยให้เข้าใจอัตลักษณ์ของตัวเอง ว่าคุณเหมาะกับงานประเภทใดมากขึ้น แม้ในวันนี้ยังไม่อาจทำเป็นอาชีพ แต่จะเป็นพื้นฐานที่ดีที่ทำให้คุณเริ่มคิดต่อยอดได้ว่าจะสร้างให้เกิดเม็ดเงินเข้ากระเป๋าได้อย่างไร

2. การฝึกฝนทำซ้ำบ่อย ๆ
มีการกล่าวว่าโลกใบนี้มีคนเป็น 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จด้วยใช้โดยใช้พรสวรรค์ แต่อีก 90% มาจากการเพียรพยายามฝึกฝนและพัฒนาตัวเอง หากคุณรู้ว่าตัวเองมีความชื่นชอบในสิ่งใดให้ฝึกฝนบ่อย ๆ ตามการสาธิตใน YouTube หรือไปขอฝึกทดลองงานในสถานที่จริงต่าง ๆ คุณจะเห็นศักยภาพด้านหนึ่ง ๆ ของตัวเองที่ชัดเจนขึ้น การทำซ้ำบ่อย ๆ และไม่หยุดยั้งที่จะเรียนรู้ เป็นวิธีค้นพบตัวเองของศิลปินชื่อดังทั้งในและต่างประเทศมากมาย

3. ดูจากนิสัยการอ่านหนังสือ
หลายคนที่ชอบอ่านหนังสือ ให้ลองสังเกตว่าคุณนิยมซื้อหนังสือประเภทใดมากที่สุด แสดงถึงความสนใจและเชี่ยวชาญในด้านนั้นมากกว่าคนอื่น ๆ เช่น หนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ แสดงว่าคุณเหมาะทำงานในสายสาธารณสุข หากคุณชอบอ่านหนังสือแนวเทคโนโลยีรถยนต์ ของใช้ไอที คุณอาจเหมาะกับการทำธุรกิจที่เกี่ยวกับของใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้คนก็เป็นได้ ดังนั้น ลองดูตู้หนังสือของคุณว่ามีหนังสือประเภทใดมากที่สุด เพราะสะท้อนถึงความชื่นชอบภายในใจของคุณนั่นเอง

4. ทำแบบทดสอบทางอินเทอร์เน็ต
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่มีงานอดิเรก ไม่มีสิ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ให้ลองค้นจากอินเทอร์เน็ต พิมพ์หาแบบทดสอบอุปนิสัยซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ที่เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ตัวเองตามหลักจิตวิทยา คุณจะพบว่าตัวเองเหมาะกับงานประเภทใดได้ง่ายยิ่งขึ้น

การหาตัวตนไม่สามารถมาจากการคิดเท่านั้น แต่ต้องมาจากการวิเคราะห์สังเกตตัวเอง รวมถึงสอบถามคนที่อยู่รอบตัวคุณก็ได้ว่าเขาเห็นความโดดเด่นของคุณในการแสดงออกด้านใดเพราะบ่งบอกได้ว่าคุณเหมาะสมกับงานประเภทใดได้ดีไม่แพ้ไปกว่าการวิเคราะห์ตัวเองเลย

รู้ไว้ 7 สัญญาณทำให้ความรักไปไม่รอด

ความรักที่ดี หากเปรียบเทียบเสมือนกับป้อมปราการที่มั่นคง เมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญหรือสู้จากโลกภายนอกจนมีบาดแผลเต็มตัว แล้วกลับมาป้อมปราการก็รู้สึกสบายใจ อบอุ่นและปลอดภัย เพื่อไปลุยสู้ต่อในวันพรุ่งนี้ หรืออาจจะเปรียบเทียบกับตำรวจหน่วยลาดตระเวนที่ทำหน้าที่ดูความเรียบร้อยซึ่งมักจะไปเป็นคู่เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าไปคนเดียว เมื่อเกิดอะไรขึ้นมาอีกคนพร้อมจะช่วยหรืออยู่เคียงข้าง แสดงให้เห็นว่าต้นทุนความรักนั้นสำคัญยิ่ง จึงต้องระวังรักษาไว้ให้ดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 7 สัญญาณทำให้ความรักไปไม่รอด เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและแก้ไขได้แต่เนิ่น ๆ

สัญญาณที่ 1 รู้สึกว่าเป็นเจ้าของ

เมื่อคนเรารักกัน ก็มีความรู้สึกว่าต้องเป็นเจ้าของอีกคนหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการหึงหวงเพราะไม่อยากให้ใครมาเป็นเจ้าของร่วมกัน หากมีความหึงหวงบ้างเล็กน้อย ก็ยังพอได้อยู่ เพราะแสดงให้เห็นว่าห่วงอีกฝ่ายหรือรักอีกฝ่ายจริง ไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางตรงข้ามถ้ามีความหึงหวงมากเกินไป ส่องดูเฟซบุ๊กหรือคอยติดตามตลอด ก็จะทำให้ความรักเกิดปัญหาเนื่องจากอีกฝ่ายหนึ่งคิดว่าไม่ไว้ใจกันเลย

สัญญาณที่ 2 เล่นเกมเดาใจ

การไม่พูดตรงหรือเล่นเกมเดาใจ เช่น บางทีอยากได้อะไรบางอย่าง ก็ไม่บอกตรง ๆ ให้อีกผ่ายได้รับรู้ เมื่ออีกฝ่ายได้ถามว่า อยากได้อะไรไหม ก็ตอบว่าไม่อยากได้ จริง ๆ แล้ว อยากได้ ซึ่งตรงข้ามกับน้ำเสียงที่ได้ตอบไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาหรือไม่เข้าใจกันได้

สัญญาณที่ 3 พูดคำว่า “เลิก”

เมื่อมีปัญหาเรื่องเล็กน้อยหรืออีกฝ่ายทำในสิ่งที่ไม่พึงพอใจ แค่คุยกันเพื่อปรับความเข้าใจก็แก้ปัญหาได้แล้ว แต่คู่รักบางคู่ชอบขู่ แล้วพูดคำว่า “เลิก” เพื่อลองใจอีกฝ่าย หากพูดเพียงไม่กี่ครั้งก็ยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าบอกเลิกในทุกครั้งที่มีปัญหากัน ส่งผลให้อีกฝ่ายเกิดความรำคาญ สุดท้ายก็เลิกกันจริง ๆ

สัญญาณที่ 4 ขุดคุ้ยความผิดพลาดที่ผ่านไปแล้ว

เมื่อมีการทะเลาะเรื่องใหม่ แล้วเถียงไม่ขึ้นจึงขุดความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าแพ้ ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะจะทำให้เรื่องเล็ก ๆ ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะฉะนั้น หากไม่อยากให้ความรักเป็นพิษและไปไม่รอด เมื่อเกิดการทะเลาะกันในครั้งนี้ ให้มองว่าในอดีตเขาได้ทำอะไรดี ๆ กับเราอะไรบ้าง ซึ่งจะดีกว่าการขุดคุ้ยความผิดพลาดในอดีตและยังช่วยให้การมองความผิดพลาดครั้งนี้เป็นเรื่องเล็กไปเลย

สัญญาณที่ 5 ระบายอารมณ์ทางด้านลบ

การรักกันนานหรือรู้สึกว่าสนิทกันมาก อาจจะมองข้ามความสัมพันธ์กันไป ทำให้มีการระบายอารมณ์โกรธ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดจากที่ทำงาน ความหึงหวง มาลงกับคนที่รัก ซึ่งคุณคงเคยเห็นคู่รักหลายคู่ตามหน้าข่าวมาบ้างแล้วว่า ฝ่ายชายทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง ความรุนแรงเช่นนี้อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องฆาตกรรมในอนาคตได้

สัญญาณที่ 6 ไม่ปรึกษาคนรัก

เมื่อมีปัญหา ฝ่ายหนึ่งไม่อยากให้คนรักของตัวเองต้องมากังวลหรือทุกข์ใจ ทำให้พยายามไม่ขอความช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แต่เมื่อคนรักทราบปัญหาภายหลัง รู้สึกว่าเรื่องแค่นี้ทำไมไม่บอกกันให้รับรู้หรือไม่ไว้ใจกันเลย รู้สึกว่าเป็นคนอื่น สุดท้ายก็เกิดการงอน ทะเลาะวิวาทกันได้

สัญญาณที่ 7 กำหนดกฎเกณฑ์คนรัก

ตอนแรกช่วงคบหาดูใจกัน ต่างคนต่างยอมรับความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายได้ แต่เมื่อสนิทกันมากขึ้นจนแต่งงานกัน ก็เริ่มมีการกำหนดเงื่อนไขว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น ควรทำอย่างนี้ หรือถ้าจะไปไหนต้องขออนุญาตก่อน เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องอึดอัดใจอยู่เสมอ

ความรักจะไปได้รอด ควรมีความปรารถนาดี จริงใจและไม่นอกใจเพื่อให้คนรักมีความสุข หากมีปัญหาให้กลับไปนึกถึงวันแรกที่เริ่มคบกัน ก็จะทำให้มีกำลังใจในการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น การมีความรักที่ดี มีคนสนิทที่ไว้ใจได้เพียง 1 คน จึงมีคุณค่าต่อความรัก ไม่ใช่ทำอะไรคนเดียวหรือหัวเดียวกระเทียมลีบ เพราะในนิยามของความรักนั้น 1+1 ไม่ได้เท่ากับ 2 แต่กลายเป็น 11 ซึ่งสื่อความหมายว่า ความรักให้พลังกับทั้งสองคนอย่างทวีคูณ

เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ดีกว่าสิ่งของ

ประสบการณ์สำหรับคนทั่วไปแล้ว มักจะนึกถึงคนที่มีอายุมากหรือคนที่ทำงานมานาน ในความเป็นจริงคนที่มีอายุน้อยไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาก็สามารถลงทุนกับประสบการณ์ได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการลงทุนในสิ่งของแล้ว การลงทุนกับประสบการณ์จะคุ้มค่ามากกว่า ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 4 เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

4 เหตุผลที่ควรหาประสบการณ์จากการลงทุน

เหตุผลที่ 1 พัฒนาตัวตนจนเป็นอัตลักษณ์ประจำตัว

ปัจจุบันนี้ผู้คนมักจะลงทุนกับสิ่งของก่อน แต่การครอบครองสิ่งของมาแล้วก็จะตื่นตาตื่นใจไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะกลายเป็นของเก่าและจะไปกระตุ้นให้มีความอยากได้สิ่งของใหม่ ๆ อย่างอื่นเพิ่ม ซึ่งแตกต่างกับประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ก็จะทำให้เป็นการพัฒนาตัวตนหรือมีการหล่อหลอมจนเป็นอัตลักษณ์ประจำตัวเพราะประสบการณ์จะเชื่อมกับตัวเรานั่นเอง

เหตุผลที่ 2 มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น

การเรียนรู้ให้มีทักษะจากประสบการณ์สามารถไปต่อยอดธุรกิจได้ เป็นการฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มพูนประสบการณ์จากการทำงาน part time อาจจะเป็นการทำงานด้านออนไลน์หรือธุรกิจ part time ยิ่งมีประสบการณ์เยอะก็จะยิ่งได้เปรียบกว่าคนอื่นโดยเฉพาะคนที่เป็นนักศึกษา พอจบมาแล้วก็จะเป็นคนที่มีประสบการณ์ เวลาไปสมัครงานก็มีโอกาสที่บริษัทหรือองค์กรเลือกพิจารณาก่อนคนที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรเลย ประสบการณ์จึงเป็นสิ่งที่ควรลงทุนมากกว่าสิ่งของ แม้แต่คนรวยบางคนที่เป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่า บารัค โอบามา ทั้งที่ไม่ได้ขัดสนในเรื่องเงินทองก็ยังสนับสนุนให้ลูกสาวหาประสบการณ์ในการทำงานในร้าน แมคโดนัล หรือ เดวิด แบคแคม สนับสนุนให้ลูกชายไปทำงานในร้านอาหาร

เหตุผลที่ 3 เปิดโลกทัศน์ได้กว้างขึ้น

ประสบการณ์ช่วยสามารถเปิดโลกทัศน์ได้กว้าง โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นตำราเรียนเท่านั้น เพราะหนังสือเรียนค่อนข้างมีกรอบ จึงควรศึกษาหนังสือต่างประเทศฉบับภาษาอังกฤษที่ได้มีการรวบรวมความรู้ที่ผ่านการศึกษาวิจัยมากและหนังสือบางเล่มได้มีคนทำมาทั้งชีวิต เนื่องจากได้เก็บรวบรวมประสบการณ์ของคนอื่นมาด้วย หากได้อ่านก็จะเป็นการร่นระยะเวลาในการหาประสบการณ์เอง นอกจากการเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือแล้ว ยังสามารถเปิดโลกทัศน์จากการพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เพียงคุยสัก 2 – 3 ประโยค ก็จะได้ไอเดียหรือความคิดรวบยอดแล้ว เป็นการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับหนังสือเช่นกัน

เหตุผลที่ 4 เปลี่ยนมุมมองจากเดิมแล้วไปต่อยอด

ประสบการณ์สามารถเปลี่ยนมุมมองจากเดิมแล้วไปต่อยอดได้ เช่น มหาเศรษฐี ที่ชื่อว่า แจ็คหม่า ได้มีมุมมองจากการเดินทางท่องเที่ยวแล้วไปต่อยอดในธุรกิจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทาง โดยที่เป้าหมายของการเดินทางไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเท่ากับการการสัมผัสหรือสังเกตตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์กับผู้คนร่วมเดินทาง ทัศนคติต่อการเดินทาง สิ่งแวดล้อม

สิ่งของไม่ได้ให้ความสุขอย่างแท้จริง หากใครไม่รู้ว่าตัวเองได้ลงทุนสิ่งไหนมากกว่ากัน เพียงลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า หากมีเงินส่วนหนึ่ง จะใช้เงินส่วนนี้ไปเพื่ออะไรมากกว่ากัน เพื่อตัวเองในการซื้อสิ่งของหรือเพื่อหาประสบการณ์ แล้วคุณจะพบคำตอบจากใจของคุณเองอย่างแน่นอน

เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ดีกว่าสิ่งของ

ปลูกพืชคลุมดินแทนหญ้า แดดก็ได้ ร่มก็ดี

สนามหญ้าหน้าบ้าน มีส่วนส่งเสริมทำให้บ้านและบริเวณรอบ ๆ ดูสวยงามและดูอบอุ่นขึ้น และยังได้ใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นพื้นที่เล่นของเด็ก ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงความสวยงาม เช่น รดน้ำทุกวัน ช่วงแรก ๆ ควรรดน้ำเช้าเย็น ต้องมีการตัดหญ้าเมื่อหญ้าสูง แต่ถ้าเราไม่มีเวลาดูแลสนามหญ้า แต่เราอยากมีสนามสีเขียวสวย ๆ แต่ไม่ต้องดูแลรักษามาก ควรจะปลูกพืชอะไรดี วันนี้เรามีสาระทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

ปลูกพืชอะไรดี ที่ไม่ต้องดูแลมาก

พืชคลุมดิน : พืชคลุมดิน คือพืชที่มีการปลูกเพื่อรักษาหน้าดิน ช่วยให้ดินรองรับแรงปะทะจากน้ำหรือลมได้ดี ป้องกันการชะล้างหน้าดิน พืชคลุมดินมักมีรากสำหรับยึดเกาะดินและมีรากแน่นสามารถแผ่ขยายออกไปได้มาก ช่วยให้ดินยึดเกาะกัน ช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของพืชที่ไม่ต้องการ อีกทั้งทนต่อสภาพแวดล้อม เจริญเติบโตได้ดีทั้งกลางแจ้งและในร่ม ทนต่อโรคและแมลง และช่วยเติมแร่ธาตุลงในดิน

ใบต่างเหรียญ : ใบต่างเหรียญ เป็นพืชล้มลุกคลุมดินที่เลี้ยงง่าย เลื้อยเร็ว อายุยาว ช่วยให้ไม่ต้องปลูกบ่อย ๆ ทนทานแม้โดนเหยียบ แถมเวลาเหยียบจะรู้สึกนุ่มเท้า ทนแล้ง ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน ปลูกได้ทุกสภาพดิน และที่สำคัญ ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่เป็นที่หลบซ่อนของสัตว์เลื้อยคลานอีกด้วย

ลักษณะของใบต่างเหรียญ : ใบกลมสีเขียวสด ดอกสีขาว ออกดอกตลอดทั้งปี ถ้าปลูกกลางแดดจัด ใบจะเล็กแน่น แต่ถ้าปลูกในบริเวณที่ร่ม หรือที่ร่มแต่มีแสงรำไร ใบจะใหญ่ ยอดยืดขึ้น

หญ้าเกล็ดหอย : หญ้าเกล็ดหอย เป็นพืชล้มลุก มีอายุได้หลายปี ปลูกง่าย ทนแดด ทนร่ม ทนฝน ทนแล้ง เวลาเหยียบนุ่มเท้าเพราะใบมีขนอ่อน ๆ ปลูกได้ทุกสภาพดิน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่ง เจริญเติบโตง่ายและเร็ว

ลักษณะของหญ้าเกล็ดหอย : ใบโค้งรูปหัวใจ ใบมีขนเล็กน้อย ดอกออกปลายยอดหรือซอกใบ ดอกสีม่วง เล็ก ๆ น่ารัก ลำต้นแตกกิ่งทอดตามพื้น มีการตั้งขึ้นเล็กน้อย

ถั่วบราซิล : ถั่วบราซิล เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งแดดจัดและร่ม ทนการเหยียบย่ำได้ดี ปลูกง่ายโตเร็ว มีดอกสวยงาม แถมช่วยเพิ่มไนโตรเจน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

ลักษณะถั่วบราซิล : ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ ถั่วบราซิลหนึ่งต้นสามารถคลุมดินได้เป็นบริเวณกว้าง แผ่ออกเป็นวง ใบรูปไข่ ดอกทรงถั่ว สีเหลืองสด ออกดอกตลอดปี นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับสาระทั่วไปเรื่องพืชคลุมดินที่เราคัดสรรมาทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นพืชที่มีประโยชน์ โตง่ายโตไว ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่ต้องดูแลมาก ดูแลสวนคราวหน้าอย่าลืมหามาปลูกกัน ดูแลง่ายและยังได้สวนสวย ๆ อีกด้วย

ปลูกพืชอะไรดี ที่ไม่ต้องดูแลมาก

วิธีตัดสินใจเลือกสมัครบัตรเครดิต

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีบัตรเครดิตนั้นทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและสำหรับคนที่มีประวัติการชำระเงินคืนตรงทุกงวดจนเป็นลูกค้าเกรด A นั้นมีแนวโน้มที่จะได้รับความเชื่อถือจากสถาบันการเงินในตอนที่ขอกู้สินเชื่อมากกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของบัตรเครดิตสักใบ เราเลยนำหลักการเลือกบัตรเครดิตทั้งหมด 3 วิธีมาฝากให้คุณรู้

3 เทคนิคเลือกบัตรเครดิต

เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ข้อแรกข้อนี้เป็นหลักการสำคัญมากในการเลือกบัตรเครดิต เพราะมันเป็นตัวกำหนดเลยว่าคุณจะได้ใช้บัตรเครดิตใบที่คุณเลือกมาหรือไม่ อีกทั้งการเลือกบัตรเครดิตใบที่เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน จะสามารถทำให้คุณได้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่า หากคุณเลือกบัตรเครดิตที่ไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันอาจทำให้คุณไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุณควรได้จากการรูดบัตรเครดิตนั่นเอง

สำรวจความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเอง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะสามารถอนุมัติวงเงินในการขอบัตรเครดิตให้คุณในจำนวนที่มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับแต่ละเดือน ซึ่งทำให้คุณรีบเซ็นชื่อเพื่อเป็นเจ้าของบัตรเครดิตทันที แต่อย่าลืมว่าหลังจากใช้บัตรเครดิตนั้นต้องมีการชำระเงินคืนให้กับสถาบันการเงินที่คุณขอสินเชื่อ หากคุณไม่สามารถชำระเงินคืนตามจำนวนที่กำหนดได้นั้น จะทำให้เกิดดอกเบี้ยและค่าปรับที่คุณอาจมาบ่นทีหลังหรืออาจต้องไปขอกู้เงินมาเพิ่มเพื่อปิดยอดชำระคืน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงตอนที่คุณอาจเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีเงินเดือนมาผ่อนชำระ หรือช่วงที่ช็อตแบบชักหน้าไม่ถึงหลังเอาไว้ด้วยเหมือนกันนะ

ทำความเข้าใจกับสิทธิพิเศษ เงื่อนไข ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยให้ดี บางคนเห็นโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษที่บัตรเครดิตใบนั้นสามารถมอบให้ได้ แต่ลืมไปว่าบัตรเครดิตแต่ละใบนั้นมีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ หากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขก็ไม่สามารถได้รับสิทธิพิเศษนั้นได้ อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่คุณอาจลืมสังเกต หากมีการผิดนัดชำระจนทำให้มีค่าปรับ รวมถึงการคิดดอกเบี้ยที่แพงสูงลิ่ว ก็อาจทำให้คุณต้องควักเงินจำนวนมากออกจากกระเป๋ามาจ่ายทีหลังแบบเจ็บใจก็ได้

เห็นไหมว่าการเลือกบัตรเครดิตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เลือกใบที่ใช่สำหรับคุณจริง ๆ โดยไม่ได้เลือกตามที่พนักงานขายบัตรเครดิตบอกมาหรือเพื่อนบอกมาเท่านั้น ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วล่ะว่าจะเลือกบัตรเครดิตใบไหนมาเป็นเจ้าของ แล้วอย่าลืมนำเอา 3 หลักการนี้ไปใช้ในตอนที่คุณจะเลือกบัตรเครดิตใบที่ใช่ด้วยนะ

3 เทคนิคเลือกบัตรเครดิต

ทำอย่างไรให้ปี 2020 คุณประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเดิม

ทุกคนต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงานที่คนรุ่นใหม่เห็นตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เช่น จากรายการอายุน้อยร้อยล้าน ที่ทำให้ต้องการศึกษาว่าจะทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จแบบนั้นได้บ้าง

เรามาดูกันว่าจะมีวิธีอย่างไรที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ในปี 2020 ถ้าเริ่มทำแล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น

1. มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน

ต้องสำรวจตัวเองว่ามีอุปนิสัยแบบใดและเหมาะกับการทำงานแบบใด เช่น คนที่ชอบการคิดสร้างสรรค์ เหมาะที่จะทำงานในบริษัทเอกชน ก็ควรเร่งฝึกฝีมือในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งมีผู้ที่ต้องการจ้างงานจำนวนมาก แต่หากต้องการเป็นนายตัวเอง ก็ควรมีช่อง YouTube หรือเปิดหน้าร้านขายสินค้าของตัวเอง เพื่อสะสมชื่อเสียงและขยายฐานลูกค้า ฯลฯ จะเห็นได้ว่าการมีเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รู้ได้ว่าควรพัฒนาตัวเองไปด้านใดจึงจะประสบความสำเร็จเร็วที่สุด

2. มีแนวทางในการใช้และเก็บเงิน

ในปัจจุบันมีภาะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยในและต่างประเทศ การเรียนรู้ที่จะเก็บเงิน อย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนของเงินที่ได้มา เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และยังต้องนำเงินเก็บไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ด้วย เช่น การเล่นหุ้นแนวปันผล การซื้อกองทุน ฯลฯ จะเห็นได้ว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตต้องมีเรื่องการบริหารเงินและการลงทุนแบบมืออาชีพมาเกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นอีกศาสตร์ที่คนต้องการประสบความสำเร็จต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3. การเพิ่มเพื่อนใหม่ที่ดี

การอยู่ในสังคมเดิม ๆ จะทำให้คุณพลาดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยังทำให้ไม่ได้พัฒนาตัวเองเท่าที่ควร จึงควรลงเรียนในคอร์สเสริมความรู้หลากหลายและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ เพื่อให้คุณได้มีโอกาสศึกษาผู้คนและนำประสบการณ์ที่หลาย ๆ คนบอกเล่า มาปรับใช้กับตัวเองให้ก้าวหน้าได้ดีขึ้น เป็นการเรียนรู้แบบลัดสั้นที่ใคร ๆ ก็ทำตามคุณได้ยาก

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายนอกจากทำให้สุขภาพกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้สุขภาพจิตดีและสมองปลอดโปร่งมากขึ้นด้วย มีการวิจัยพบว่าคนที่มีความเครียดสะสมและโรคซึมเศร้า เมื่อได้มาออกกำลังกายต่อเนื่อง จะทำให้สมองมีการหลั่งสารสื่อประสาทชนิดดี ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและมีอารมณ์ดีขึ้นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมากขึ้น ต้องมีการวางแผนและวางเป้าหมายให้ชัดเจน ที่สำคัญคือ ต้องมีวินัยเพื่อให้ก้าวถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการเข้าสู่ความสำเร็จในปี 2020 นี้

เริ่มทำแล้วจะประสบความสำเร็จ

5 สถานที่เสี่ยงภัยที่เด็ก ๆ ไม่ควรไปลำพัง

“สถานที่เสี่ยงภัยที่เด็ก ๆ ไม่ควรไป” เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องระมัดระวังเป็นอย่างดี เนื่องจากอาจเกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดได้หากปล่อยให้เด็กอยู่ลำพังหรือไปตามสถานที่นั้น ผู้ปกครองควรอยู่ด้วยและคอยดูแลอย่างใกล้ชิดความปลอดภัยของเด็กนั้นขึ้นอยู่กับครอบครัว อันตรายสามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะภายในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม

ทุกวันนี้อันตรายมีอยู่รอบด้านเพียงก้าวเท้าออกจากบ้าน อีกทั้งกลุ่มมิจฉาชีพก็มีอยู่ทั่วไป ดังนั้นการดูแลป้องกันรักษาความปลอดภัยของเด็ก ที่ผู้ปกครองไม่ควรให้คลาดสายตา และตรวจสอบความปลอดภัยของสถานที่ที่ไปเป็นอย่างแรก รวมถึงผู้คนและสิ่งของเป็นการป้องกันเบื้องต้นที่คุณจะสามารถทำได้ และนอกจากนี้ยังมีสถานที่อันตรายที่เราไม่ควรปล่อยให้เด็กอยู่หรือไปเพียงลำพังโดยเด็ดขาด สำหรับสถานที่เสี่ยงภัยที่เด็ก ไม่ควรไปเพียงลำพังได้แก่

1.สระน้ำและแม่น้ำลำคลอง

สระน้ำและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นที่ที่หลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมาได้พรากชีวิตของเด็กไปนักต่อนัก ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนใหญ่เด็กมักจะชักชวนกันไปเล่นน้ำแล้วไม่ได้ขออนุญาตผู้ปกครอง ถ้าเป็นไปได้ผู้ปกครองควรมีพื้นที่ให้เด็กได้เล่นภายในบ้านอย่างปลอดภัยจะดีกว่า การปล่อยให้เด็กออกไปเล่นน้ำหรือไปสระน้ำเพียงลำพังนั้นเสี่ยงต่อการจมน้ำมาก

2.ที่สูง

ในบริเวณที่เป็นที่สูงไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะสูงหรือเครื่องเล่นที่สูงเกินไปที่เด็กจะสามารถพยุงตัวเองได้นั้น ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นอยู่ลำพังเด็กอาจพลัดตกลงมาได้ ควรให้ความระมัดระวังอย่างมาก

3.ห้องครัว

ในห้องครัวเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยเครื่องครัวและอุปกรณ์หลายอย่างในการประกอบอาหาร อุปกรณ์บางอย่างเด็กไม่ควรอยู่ใกล้และสัมผัส เช่น พริกป่น พริกไทย น้ำส้มสายชู มีด อุปกรณ์ที่มีคมต่าง ๆ กาน้ำร้อน เป็นต้น ที่เด็กอาจเผลอสัมผัส หรือหยิบมาเล่น หรือกินเข้าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

4.ป่ารกทึบ

บริเวณที่เป็นป่ารกทึกหรือที่มีหญ้ารกในชุมชนรวมถึงบริเวณที่มีความสกปรกเป็นที่สะสมของเชื้อโรคและสัตว์มีพิษ จึงไม่ควรปล่อยให้เด็กเข้าไปเล่น อาจจะถูกยุงกัด สัตว์มีพิษกัดหรือติดเชื้ออื่น ๆ มาตามร่างกายได้

5.ถนน

ตามท้องถนนเป็นที่ที่มีรถขับไปมาตลอดเวลา และเด็กยังไม่สามารถเอาตัวรอดหรือข้ามถนนเองได้ จึงไม่ควรปล่อยให้เด็กไปตามลำพังโดยเด็ดขาด เป็นสถานที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะรถที่ขับไปมาอาจไม่ทันเห็นเด็ก หรือเด็กอาจจะวิ่งออกไปจนรถไม่สามารถหยุดได้ทันจนเกิดอันตรายได้

สถานที่เสี่ยงภัยที่ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กไปนั้นเป็นสถานที่ที่เด็กไม่สามารถเอาตัวรอดหรือดูแลตัวเองได้ สามารถเกิดอะไรขึ้นได้ทุกเมื่อ อันตรายมีอยู่ทั่วไปหากผู้ปกครองไม่รอบคอบและดูแลให้ดี ดังนั้นควรตรวจสอบความปลอดภัยสม่ำเสมอ วางกฎระเบียบให้เด็กมีวินัยและขออนุญาตก่อนไปไหนมาไหนเสมอ รวมทั้งสอนให้เด็กรู้จักระวังภัยรูปแบบต่าง ๆ อยู่เสมอ

สถานที่เสี่ยงภัยที่เด็ก ไม่ควรไปเพียงลำพัง

© 2020 KorSan

Theme by Anders NorenUp ↑