KorSan

บล็อก เรื่องเล่า ตำนานเล่าขาน กีฬา และประวัติศาสตร์

รู้ไว้ 7 สัญญาณทำให้ความรักไปไม่รอด

ความรักที่ดี หากเปรียบเทียบเสมือนกับป้อมปราการที่มั่นคง เมื่อไหร่ที่ต้องเผชิญหรือสู้จากโลกภายนอกจนมีบาดแผลเต็มตัว แล้วกลับมาป้อมปราการก็รู้สึกสบายใจ อบอุ่นและปลอดภัย เพื่อไปลุยสู้ต่อในวันพรุ่งนี้ หรืออาจจะเปรียบเทียบกับตำรวจหน่วยลาดตระเวนที่ทำหน้าที่ดูความเรียบร้อยซึ่งมักจะไปเป็นคู่เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าไปคนเดียว เมื่อเกิดอะไรขึ้นมาอีกคนพร้อมจะช่วยหรืออยู่เคียงข้าง แสดงให้เห็นว่าต้นทุนความรักนั้นสำคัญยิ่ง จึงต้องระวังรักษาไว้ให้ดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 7 สัญญาณทำให้ความรักไปไม่รอด เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงและแก้ไขได้แต่เนิ่น ๆ

สัญญาณที่ 1 รู้สึกว่าเป็นเจ้าของ

เมื่อคนเรารักกัน ก็มีความรู้สึกว่าต้องเป็นเจ้าของอีกคนหนึ่ง ส่งผลให้เกิดการหึงหวงเพราะไม่อยากให้ใครมาเป็นเจ้าของร่วมกัน หากมีความหึงหวงบ้างเล็กน้อย ก็ยังพอได้อยู่ เพราะแสดงให้เห็นว่าห่วงอีกฝ่ายหรือรักอีกฝ่ายจริง ไม่อยากให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ในทางตรงข้ามถ้ามีความหึงหวงมากเกินไป ส่องดูเฟซบุ๊กหรือคอยติดตามตลอด ก็จะทำให้ความรักเกิดปัญหาเนื่องจากอีกฝ่ายหนึ่งคิดว่าไม่ไว้ใจกันเลย

สัญญาณที่ 2 เล่นเกมเดาใจ

การไม่พูดตรงหรือเล่นเกมเดาใจ เช่น บางทีอยากได้อะไรบางอย่าง ก็ไม่บอกตรง ๆ ให้อีกผ่ายได้รับรู้ เมื่ออีกฝ่ายได้ถามว่า อยากได้อะไรไหม ก็ตอบว่าไม่อยากได้ จริง ๆ แล้ว อยากได้ ซึ่งตรงข้ามกับน้ำเสียงที่ได้ตอบไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาหรือไม่เข้าใจกันได้

สัญญาณที่ 3 พูดคำว่า “เลิก”

เมื่อมีปัญหาเรื่องเล็กน้อยหรืออีกฝ่ายทำในสิ่งที่ไม่พึงพอใจ แค่คุยกันเพื่อปรับความเข้าใจก็แก้ปัญหาได้แล้ว แต่คู่รักบางคู่ชอบขู่ แล้วพูดคำว่า “เลิก” เพื่อลองใจอีกฝ่าย หากพูดเพียงไม่กี่ครั้งก็ยังไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าบอกเลิกในทุกครั้งที่มีปัญหากัน ส่งผลให้อีกฝ่ายเกิดความรำคาญ สุดท้ายก็เลิกกันจริง ๆ

สัญญาณที่ 4 ขุดคุ้ยความผิดพลาดที่ผ่านไปแล้ว

เมื่อมีการทะเลาะเรื่องใหม่ แล้วเถียงไม่ขึ้นจึงขุดความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าแพ้ ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ดี เพราะจะทำให้เรื่องเล็ก ๆ ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะฉะนั้น หากไม่อยากให้ความรักเป็นพิษและไปไม่รอด เมื่อเกิดการทะเลาะกันในครั้งนี้ ให้มองว่าในอดีตเขาได้ทำอะไรดี ๆ กับเราอะไรบ้าง ซึ่งจะดีกว่าการขุดคุ้ยความผิดพลาดในอดีตและยังช่วยให้การมองความผิดพลาดครั้งนี้เป็นเรื่องเล็กไปเลย

สัญญาณที่ 5 ระบายอารมณ์ทางด้านลบ

การรักกันนานหรือรู้สึกว่าสนิทกันมาก อาจจะมองข้ามความสัมพันธ์กันไป ทำให้มีการระบายอารมณ์โกรธ ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดจากที่ทำงาน ความหึงหวง มาลงกับคนที่รัก ซึ่งคุณคงเคยเห็นคู่รักหลายคู่ตามหน้าข่าวมาบ้างแล้วว่า ฝ่ายชายทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง ความรุนแรงเช่นนี้อาจจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องฆาตกรรมในอนาคตได้

สัญญาณที่ 6 ไม่ปรึกษาคนรัก

เมื่อมีปัญหา ฝ่ายหนึ่งไม่อยากให้คนรักของตัวเองต้องมากังวลหรือทุกข์ใจ ทำให้พยายามไม่ขอความช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แต่เมื่อคนรักทราบปัญหาภายหลัง รู้สึกว่าเรื่องแค่นี้ทำไมไม่บอกกันให้รับรู้หรือไม่ไว้ใจกันเลย รู้สึกว่าเป็นคนอื่น สุดท้ายก็เกิดการงอน ทะเลาะวิวาทกันได้

สัญญาณที่ 7 กำหนดกฎเกณฑ์คนรัก

ตอนแรกช่วงคบหาดูใจกัน ต่างคนต่างยอมรับความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายได้ แต่เมื่อสนิทกันมากขึ้นจนแต่งงานกัน ก็เริ่มมีการกำหนดเงื่อนไขว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น ควรทำอย่างนี้ หรือถ้าจะไปไหนต้องขออนุญาตก่อน เป็นการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องอึดอัดใจอยู่เสมอ

ความรักจะไปได้รอด ควรมีความปรารถนาดี จริงใจและไม่นอกใจเพื่อให้คนรักมีความสุข หากมีปัญหาให้กลับไปนึกถึงวันแรกที่เริ่มคบกัน ก็จะทำให้มีกำลังใจในการแก้ปัญหา เพราะฉะนั้น การมีความรักที่ดี มีคนสนิทที่ไว้ใจได้เพียง 1 คน จึงมีคุณค่าต่อความรัก ไม่ใช่ทำอะไรคนเดียวหรือหัวเดียวกระเทียมลีบ เพราะในนิยามของความรักนั้น 1+1 ไม่ได้เท่ากับ 2 แต่กลายเป็น 11 ซึ่งสื่อความหมายว่า ความรักให้พลังกับทั้งสองคนอย่างทวีคูณ

โดเมนกับ Hosting มีหน้าที่ในการสร้างเว็บไซต์อย่างไร ?

ปัจจุบันนี้โซเชียลมีเดียนับเป็นสื่อที่มาแรง ทำให้ผู้คนได้สร้างเว็บไซต์กันอย่างมากมายและได้มีการจัดเตรียมบทความหรือวิดีโอต่าง ๆ เพื่อเพิ่มยอดคนดูเว็บไซต์ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของโดเมนกับ Hosting ในการสร้างเว็บไซต์เพื่อคุณจะได้เข้าใจมากขึ้น ซึ่งมีอะไรบ้าง ตามมาดูกัน

หน้าที่ของโดเมนในการสร้างเว็บไซต์

โดเมน คือ ชื่อหรือที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ผู้สร้างเว็บไซต์จะต้องมี เพื่อให้คนได้พิมพ์เข้าไปในเว็บบราวเซอร์ เช่น www.google.com โดยให้สังเกตคำว่า .com ซึ่งจะใช้กับบริษัทหรือองค์กรทั่วไป ถ้าใช้กับผู้ให้บริการเครือข่ายจะเป็น .net หรือถ้าใช้กับองค์กรที่ไม่หวังกำไรจะเป็น .org ส่วนในกรณีที่เป็นโดเมนระดับประเทศ เช่น บริษัทหรือองค์กรในประเทศไทยจะเป็น .co.th ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยจะเป็น .net.th องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทยจะเป็น .or.th องค์กรการศึกษาในประเทศไทยจะเป็น .ac.th หน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยจะเป็น .go.th สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบแรกที่สำคัญของโดเมน หากจะเปรียบเทียบคล้าย ๆ กับนามสกุลของเว็บไซต์นั่นเอง

สำหรับส่วนประกอบที่สอง สังเกตคำว่า Google ส่วนนี้เป็นชื่อโดเมน อาจจะตั้งเป็นชื่อบริษัท องค์กร ร้านค้าหรือแม้แต่เป็นชื่อตัวเองก็ได้ และสุดท้ายส่วนประกอบที่สามของโดเมน สังเกตคำว่า www. เป็นตัวแทนของ Subdomain ของเว็บไซต์ ซึ่ง www. เป็นปัญหาสำหรับหลายคนเลยทีเดียวเพราะบางคนบอกว่าต้องมี บางคนบอกว่าไม่ต้องมี ในความจริงจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่จะมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ ถ้าไม่มี www. จะดูทันสมัยและสั้นกว่า แต่ถ้ามี www. ดูเป็นทางการและยาว อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ต้องรู้สึกกังวลเพราะถึงแม้ว่าคนจะพิมพ์ www หรือ ไม่พิมพ์ ก็สามารถเจอเว็บไซต์ของคุณได้อยู่ดี

หน้าที่ของ Hosting ในการสร้างเว็บไซต์

หลังจากเราค้นหาโดเมนชื่อที่ถูกใจได้แล้ว การคิดชื่อโดเมนควรสัมพันธ์กับเนื้อหาบนเว็บด้วย หากเราต้องการสร้างเว็บไซต์ ทีเด็ดบอลสเต็ป ก็ควรตั้งชื่อที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล สำหรับการสร้างเว็บไซต์จะประกอบด้วย รูปภาพ ไฟล์หรือโปรแกรม ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ ซึ่งการเก็บข้อมูลเหล่านี้ต้องอาศัย Hosting นอกจากนี้ Hosting ยังทำให้ลูกค้าไม่ว่าจะมาจากประเทศอะไร สามารถเข้ามาดูเว็บไซต์ได้เสมอเพราะมีการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเลือก Hosting ต้องดูพื้นที่ก่อน โดยพื้นที่ขั้นต่ำ 2 GB มีการรองรับ PHP ซึ่งจะเป็น version มากกว่า 5.6 และที่สำคัญที่สุดคือ การบริการตลอดระยะเวลาการเช่า Hosting ที่ต้องมีความเสถียร ไม่ล่ม และมีเจ้าหน้าที่พร้อมช่วยบริการตลอดเวลา

โดเมนกับ Hosting มีการเชื่อมโยงกัน หมายความว่า เวลาที่ได้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์หรือโดเมนเข้าไปในเว็บบราวเซอร์แล้ว ก็จะทำให้เว็บบราวเซอร์มีการเชื่อมต่อใน Web Hosting เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ ของเว็บไซต์ไปแสดงผลให้กับผู้เรียกใช้งาน ดังนั้น หากคุณกำลังจะมีเว็บไซต์ ก็ควรเรียนรู้หน้าที่ของโดเมนกับ Hosting ด้วย เพื่อจะได้มีเว็บไซต์คุณภาพนั่นเอง

เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ดีกว่าสิ่งของ

ประสบการณ์สำหรับคนทั่วไปแล้ว มักจะนึกถึงคนที่มีอายุมากหรือคนที่ทำงานมานาน ในความเป็นจริงคนที่มีอายุน้อยไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาก็สามารถลงทุนกับประสบการณ์ได้ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการลงทุนในสิ่งของแล้ว การลงทุนกับประสบการณ์จะคุ้มค่ามากกว่า ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 4 เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

4 เหตุผลที่ควรหาประสบการณ์จากการลงทุน

เหตุผลที่ 1 พัฒนาตัวตนจนเป็นอัตลักษณ์ประจำตัว

ปัจจุบันนี้ผู้คนมักจะลงทุนกับสิ่งของก่อน แต่การครอบครองสิ่งของมาแล้วก็จะตื่นตาตื่นใจไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก็จะกลายเป็นของเก่าและจะไปกระตุ้นให้มีความอยากได้สิ่งของใหม่ ๆ อย่างอื่นเพิ่ม ซึ่งแตกต่างกับประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ก็จะทำให้เป็นการพัฒนาตัวตนหรือมีการหล่อหลอมจนเป็นอัตลักษณ์ประจำตัวเพราะประสบการณ์จะเชื่อมกับตัวเรานั่นเอง

เหตุผลที่ 2 มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น

การเรียนรู้ให้มีทักษะจากประสบการณ์สามารถไปต่อยอดธุรกิจได้ เป็นการฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น การเพิ่มพูนประสบการณ์จากการทำงาน part time อาจจะเป็นการทำงานด้านออนไลน์หรือธุรกิจ part time ยิ่งมีประสบการณ์เยอะก็จะยิ่งได้เปรียบกว่าคนอื่นโดยเฉพาะคนที่เป็นนักศึกษา พอจบมาแล้วก็จะเป็นคนที่มีประสบการณ์ เวลาไปสมัครงานก็มีโอกาสที่บริษัทหรือองค์กรเลือกพิจารณาก่อนคนที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรเลย ประสบการณ์จึงเป็นสิ่งที่ควรลงทุนมากกว่าสิ่งของ แม้แต่คนรวยบางคนที่เป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ชื่อว่า บารัค โอบามา ทั้งที่ไม่ได้ขัดสนในเรื่องเงินทองก็ยังสนับสนุนให้ลูกสาวหาประสบการณ์ในการทำงานในร้าน แมคโดนัล หรือ เดวิด แบคแคม สนับสนุนให้ลูกชายไปทำงานในร้านอาหาร

เหตุผลที่ 3 เปิดโลกทัศน์ได้กว้างขึ้น

ประสบการณ์ช่วยสามารถเปิดโลกทัศน์ได้กว้าง โดยเฉพาะการอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นตำราเรียนเท่านั้น เพราะหนังสือเรียนค่อนข้างมีกรอบ จึงควรศึกษาหนังสือต่างประเทศฉบับภาษาอังกฤษที่ได้มีการรวบรวมความรู้ที่ผ่านการศึกษาวิจัยมากและหนังสือบางเล่มได้มีคนทำมาทั้งชีวิต เนื่องจากได้เก็บรวบรวมประสบการณ์ของคนอื่นมาด้วย หากได้อ่านก็จะเป็นการร่นระยะเวลาในการหาประสบการณ์เอง นอกจากการเปิดโลกทัศน์ด้วยการอ่านหนังสือแล้ว ยังสามารถเปิดโลกทัศน์จากการพูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเรา เพียงคุยสัก 2 – 3 ประโยค ก็จะได้ไอเดียหรือความคิดรวบยอดแล้ว เป็นการได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับหนังสือเช่นกัน

เหตุผลที่ 4 เปลี่ยนมุมมองจากเดิมแล้วไปต่อยอด

ประสบการณ์สามารถเปลี่ยนมุมมองจากเดิมแล้วไปต่อยอดได้ เช่น มหาเศรษฐี ที่ชื่อว่า แจ็คหม่า ได้มีมุมมองจากการเดินทางท่องเที่ยวแล้วไปต่อยอดในธุรกิจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นเดินทาง โดยที่เป้าหมายของการเดินทางไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเท่ากับการการสัมผัสหรือสังเกตตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์กับผู้คนร่วมเดินทาง ทัศนคติต่อการเดินทาง สิ่งแวดล้อม

สิ่งของไม่ได้ให้ความสุขอย่างแท้จริง หากใครไม่รู้ว่าตัวเองได้ลงทุนสิ่งไหนมากกว่ากัน เพียงลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า หากมีเงินส่วนหนึ่ง จะใช้เงินส่วนนี้ไปเพื่ออะไรมากกว่ากัน เพื่อตัวเองในการซื้อสิ่งของหรือเพื่อหาประสบการณ์ แล้วคุณจะพบคำตอบจากใจของคุณเองอย่างแน่นอน

เหตุผลที่ควรลงทุนกับประสบการณ์ดีกว่าสิ่งของ

ปลูกพืชคลุมดินแทนหญ้า แดดก็ได้ ร่มก็ดี

สนามหญ้าหน้าบ้าน มีส่วนส่งเสริมทำให้บ้านและบริเวณรอบ ๆ ดูสวยงามและดูอบอุ่นขึ้น และยังได้ใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นพื้นที่เล่นของเด็ก ๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงความสวยงาม เช่น รดน้ำทุกวัน ช่วงแรก ๆ ควรรดน้ำเช้าเย็น ต้องมีการตัดหญ้าเมื่อหญ้าสูง แต่ถ้าเราไม่มีเวลาดูแลสนามหญ้า แต่เราอยากมีสนามสีเขียวสวย ๆ แต่ไม่ต้องดูแลรักษามาก ควรจะปลูกพืชอะไรดี วันนี้เรามีสาระทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

ปลูกพืชอะไรดี ที่ไม่ต้องดูแลมาก

พืชคลุมดิน : พืชคลุมดิน คือพืชที่มีการปลูกเพื่อรักษาหน้าดิน ช่วยให้ดินรองรับแรงปะทะจากน้ำหรือลมได้ดี ป้องกันการชะล้างหน้าดิน พืชคลุมดินมักมีรากสำหรับยึดเกาะดินและมีรากแน่นสามารถแผ่ขยายออกไปได้มาก ช่วยให้ดินยึดเกาะกัน ช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของพืชที่ไม่ต้องการ อีกทั้งทนต่อสภาพแวดล้อม เจริญเติบโตได้ดีทั้งกลางแจ้งและในร่ม ทนต่อโรคและแมลง และช่วยเติมแร่ธาตุลงในดิน

ใบต่างเหรียญ : ใบต่างเหรียญ เป็นพืชล้มลุกคลุมดินที่เลี้ยงง่าย เลื้อยเร็ว อายุยาว ช่วยให้ไม่ต้องปลูกบ่อย ๆ ทนทานแม้โดนเหยียบ แถมเวลาเหยียบจะรู้สึกนุ่มเท้า ทนแล้ง ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน ปลูกได้ทุกสภาพดิน และที่สำคัญ ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่เป็นที่หลบซ่อนของสัตว์เลื้อยคลานอีกด้วย

ลักษณะของใบต่างเหรียญ : ใบกลมสีเขียวสด ดอกสีขาว ออกดอกตลอดทั้งปี ถ้าปลูกกลางแดดจัด ใบจะเล็กแน่น แต่ถ้าปลูกในบริเวณที่ร่ม หรือที่ร่มแต่มีแสงรำไร ใบจะใหญ่ ยอดยืดขึ้น

หญ้าเกล็ดหอย : หญ้าเกล็ดหอย เป็นพืชล้มลุก มีอายุได้หลายปี ปลูกง่าย ทนแดด ทนร่ม ทนฝน ทนแล้ง เวลาเหยียบนุ่มเท้าเพราะใบมีขนอ่อน ๆ ปลูกได้ทุกสภาพดิน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่ง เจริญเติบโตง่ายและเร็ว

ลักษณะของหญ้าเกล็ดหอย : ใบโค้งรูปหัวใจ ใบมีขนเล็กน้อย ดอกออกปลายยอดหรือซอกใบ ดอกสีม่วง เล็ก ๆ น่ารัก ลำต้นแตกกิ่งทอดตามพื้น มีการตั้งขึ้นเล็กน้อย

ถั่วบราซิล : ถั่วบราซิล เป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งแดดจัดและร่ม ทนการเหยียบย่ำได้ดี ปลูกง่ายโตเร็ว มีดอกสวยงาม แถมช่วยเพิ่มไนโตรเจน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

ลักษณะถั่วบราซิล : ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน รากออกตามข้อ ถั่วบราซิลหนึ่งต้นสามารถคลุมดินได้เป็นบริเวณกว้าง แผ่ออกเป็นวง ใบรูปไข่ ดอกทรงถั่ว สีเหลืองสด ออกดอกตลอดปี นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับสาระทั่วไปเรื่องพืชคลุมดินที่เราคัดสรรมาทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นพืชที่มีประโยชน์ โตง่ายโตไว ไม่ต้องตัดแต่ง ไม่ต้องดูแลมาก ดูแลสวนคราวหน้าอย่าลืมหามาปลูกกัน ดูแลง่ายและยังได้สวนสวย ๆ อีกด้วย

ปลูกพืชอะไรดี ที่ไม่ต้องดูแลมาก

สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จาก SERP เพื่อให้ทำเว็บไซต์มี SEO ดีขึ้น

SERP หรือ Search Engine Result Page คือหน้าจอที่แสดงผลการสืบค้นจาก Google ซึ่งสามารถใช้ได้กับ keyword ที่หลากหลายในทุกประเภทธุรกิจ เช่น การโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าแฟชั่น กีฬา ฯลฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ

ผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์และต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จด้าน SEO จนถูกแสดงอยู่ในหน้าแรกของ SERP google เพื่อสร้างความจดจำและเพิ่มยอดขายได้ ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จาก SERP ดังนี้

ขอยกตัวอย่างว่า คุณกำลังเปิดเว็บไซต์กระตุ้นยอดขายให้ร้านแกงในจังหวัดพิษณุโลก ก็ต้องเริ่มจากศึกษาสถิติการใช้คำค้นหา จากเครื่องมือที่คนนิยมทั่วโลก คือ Google Search Console

และสมมติว่า คำว่า ร้านข้าวแกงอร่อยพิษณุโลก เป็นคำที่มีตัวเลขการสืบค้นสูงและมีประสิทธิภาพในการแข่งขันมากที่สุดในช่วงเวลานี้ คุณจึงเลือกคำนี้มาสร้างบทความ SEO เพื่อลงในเว็บไซต์ ก็เท่ากับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำให้เว็บไซต์คุณติดอันดับต้น ๆ ของ SERP ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำว่า การทำบทความ SEO ที่มีประสิทธิภาพสูง ควรศึกษาแนวทางจากเว็บไซต์อื่น ๆ ที่อยู่ในหน้าแรกของ SERP ที่ใช้ keyword เดียวกับที่คุณกำลังสนใจ

เช่น คำว่า ร้านข้าวแกงอร่อยพิษณุโลก หากพิมพ์ดูในช่อง search ของ www.google.co.th จะพบว่ามีเว็บไซต์ของร้านอาหารขึ้นมามากมาย ซึ่งร้านเหล่านี้ โดยเฉพาะอันดับที่ 1-5 จะมีคนรู้จักจำนวนมากและมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัวหลังการถูกจัดอันดับให้อยู่ด้านบนต่อเนื่องหลายเดือน

สิ่งที่คุณสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์อันดับต้น ๆ ใน SERP ได้แก่

การตั้งชื่อบทความ หรือ Title สังเกตดูว่าร้านที่มีอันดับการสืบค้นสูง มักจะมีชื่อที่โดดเด่น เช่น ข้าวแกง ในอำเภอเมือง อร่อย ยกนิ้ว พิษณุโลก ร้านข้าวแกงรีวิว อาหารดี พิษณุโลก ร้านข้าวแกง ไม่ลองไม่รู้ พิษณุโลก ฯลฯ การเลือกหัวเรื่องที่น่าสนใจจะทำให้คนคลิกเข้ามาและอยากอุดหนุนมากขึ้น

การเขียน Meta Description เป็นส่วนบรรยายย่อ ๆ เกี่ยวกับหัวข้อนั้น ๆ หรือเกี่ยวกับร้านค้าหรือสินค้า แนะนำว่าควรใส่ keyword เช่นเดียวกับในส่วนหัวข้อด้วย จะช่วยเพิ่มค่า traffic ให้อันดับ SEO ดียิ่งขึ้น

การสร้าง URL address ควรใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อไม่ให้มีปัญหาการสะกดตัวอักษรและป้องกันการเกิด ERROR ได้

การทำ SEO ให้กับภาพ หากคุณใช้โปรแกรม WordPress จะช่วยให้การใส่รายละเอียดของภาพเป็นเรื่องง่าย จะทำให้การค้นหารูปภาพร้านอาหารด้วย keyword เดียวกัน ดึงดูดใจให้คนอยากเข้าไปอุดหนุนเพิ่มขึ้นได้อีก

องค์ประกอบต่าง ๆ ที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่คุณสามารถเรียนรู้ได้จากเว็บไซต์ชั้นนำ ที่ได้คะแนนการจัดอันดับ SEO สูงในหน้าแรกของ SERP เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเห็นแนวทางศึกษาประโยชน์จาก SERP มากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างที่ต้องการ

ศึกษาได้จากเว็บไซต์อันดับต้น ๆ ใน SERP

วิธีตัดสินใจเลือกสมัครบัตรเครดิต

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีบัตรเครดิตนั้นทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและสำหรับคนที่มีประวัติการชำระเงินคืนตรงทุกงวดจนเป็นลูกค้าเกรด A นั้นมีแนวโน้มที่จะได้รับความเชื่อถือจากสถาบันการเงินในตอนที่ขอกู้สินเชื่อมากกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของบัตรเครดิตสักใบ เราเลยนำหลักการเลือกบัตรเครดิตทั้งหมด 3 วิธีมาฝากให้คุณรู้

3 เทคนิคเลือกบัตรเครดิต

เลือกบัตรเครดิตที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ข้อแรกข้อนี้เป็นหลักการสำคัญมากในการเลือกบัตรเครดิต เพราะมันเป็นตัวกำหนดเลยว่าคุณจะได้ใช้บัตรเครดิตใบที่คุณเลือกมาหรือไม่ อีกทั้งการเลือกบัตรเครดิตใบที่เข้ากับลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน จะสามารถทำให้คุณได้ใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่า หากคุณเลือกบัตรเครดิตที่ไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันอาจทำให้คุณไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่คุณควรได้จากการรูดบัตรเครดิตนั่นเอง

สำรวจความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเอง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินจะสามารถอนุมัติวงเงินในการขอบัตรเครดิตให้คุณในจำนวนที่มากกว่าเงินเดือนที่ได้รับแต่ละเดือน ซึ่งทำให้คุณรีบเซ็นชื่อเพื่อเป็นเจ้าของบัตรเครดิตทันที แต่อย่าลืมว่าหลังจากใช้บัตรเครดิตนั้นต้องมีการชำระเงินคืนให้กับสถาบันการเงินที่คุณขอสินเชื่อ หากคุณไม่สามารถชำระเงินคืนตามจำนวนที่กำหนดได้นั้น จะทำให้เกิดดอกเบี้ยและค่าปรับที่คุณอาจมาบ่นทีหลังหรืออาจต้องไปขอกู้เงินมาเพิ่มเพื่อปิดยอดชำระคืน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงตอนที่คุณอาจเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีเงินเดือนมาผ่อนชำระ หรือช่วงที่ช็อตแบบชักหน้าไม่ถึงหลังเอาไว้ด้วยเหมือนกันนะ

ทำความเข้าใจกับสิทธิพิเศษ เงื่อนไข ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยให้ดี บางคนเห็นโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษที่บัตรเครดิตใบนั้นสามารถมอบให้ได้ แต่ลืมไปว่าบัตรเครดิตแต่ละใบนั้นมีเงื่อนไขบางอย่างกำหนดเอาไว้ หากไม่สามารถทำตามเงื่อนไขก็ไม่สามารถได้รับสิทธิพิเศษนั้นได้ อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่คุณอาจลืมสังเกต หากมีการผิดนัดชำระจนทำให้มีค่าปรับ รวมถึงการคิดดอกเบี้ยที่แพงสูงลิ่ว ก็อาจทำให้คุณต้องควักเงินจำนวนมากออกจากกระเป๋ามาจ่ายทีหลังแบบเจ็บใจก็ได้

เห็นไหมว่าการเลือกบัตรเครดิตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เลือกใบที่ใช่สำหรับคุณจริง ๆ โดยไม่ได้เลือกตามที่พนักงานขายบัตรเครดิตบอกมาหรือเพื่อนบอกมาเท่านั้น ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้วล่ะว่าจะเลือกบัตรเครดิตใบไหนมาเป็นเจ้าของ แล้วอย่าลืมนำเอา 3 หลักการนี้ไปใช้ในตอนที่คุณจะเลือกบัตรเครดิตใบที่ใช่ด้วยนะ

3 เทคนิคเลือกบัตรเครดิต

SEO-SEO กับ SEM เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?

การตลาดออนไลน์มีอยู่หลายเทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ไว ขายสินค้าได้มากขึ้น และมีลูกค้าประจำรวมถึงลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้ง SEO และ SEM ต่างเป็นเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแนะนำให้ผู้สนใจขายของออนไลน์ทำทั้งสองวิธี เนื่องจากแต่ละวิธีมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน จึงควรทราบก่อนการเลือกทำ

SEO ย่อมาจากคำว่า search engine optimization เป็นกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์ใน 2 ส่วน คือ ด้าน on-page SEO เช่น การทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้สวยงาม ใช้งานได้ง่าย แยกสินค้าเป็นหมวดหมู่ มีการทำฟอนต์และสีประจำเว็บไซต์ที่โดดเด่นจากที่อื่น การทำบทความที่มี keyword ตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย คุณภาพงานเขียนบทความที่สดใหม่ไม่ซ้ำใคร และต้องใช้ภาษาที่สื่อสารถึงกลุ่มผู้อ่านได้อย่างสนุกสนาน

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการทำ off-page SEO คือ การทำลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์หรือเพจในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook หรือ Instagram เพื่อเพิ่มค่า Traffic ให้เว็บไซต์ และจะทำให้ได้ลูกค้ามาจาก หลาย ๆ แห่ง เป็นช่องทางการขยายฐานลูกค้าและทำให้เกิดการบอกต่อได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น การทำ SEO จะต้องใช้ระยะเวลาในการสะสมข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าต้องทำ SEO อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบ algorithm ของ Google มาเก็บข้อมูลนำไปเปรียบเทียบผลกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้ keyword ในการสืบค้นเดียวกัน โดยเฉลี่ยใช้ระยะเวลาการเห็นผล SEO จึงอยู่ที่ 2-3 เดือนขึ้นไป ซึ่งสามารถดูได้จากการพิมพ์ในช่อง search ของ Google จะเห็นอันดับที่อยู่ด้านบนขึ้นเรื่อย ๆ

SEM ย่อมาจาก search engine marketing เป็นการทำการตลาดที่เห็นผลอย่างรวดเร็วทันที เนื่องจากเป็นการเช่าพื้นที่โฆษณาสินค้า ซึ่งมักจะแสดงอยู่ทางด้านขวามือของจอคอมพิวเตอร์ หรือด้านบนสุดของมือถือผู้ใช้งาน ทั้งนี้ Google จะมีการคิดค่าใช้จ่ายจากเจ้าของเว็บไซต์เป็น 2 ส่วน คือ การประมูลพื้นที่ที่ต้องแข่งกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้ keyword เดียวกัน และเมื่อได้พื้นที่แล้ว ก็ต้องทำการชำระตามจำนวนครั้งของการคลิกที่มีผู้สนใจเข้ามาชมข้อมูลตามลิงก์ที่แนบไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสินค้าเสนอขาย หรือเว็บไซต์เนื้อหา โปรแกรมบอลเมื่อคืน บ้านบอล ก็สามารถทำ SEM ได้ทั้งหมด เรียกว่าเป็นค่าโฆษณาแบบ Pay per click

การทำ SEM จึงหวังผลได้สูง ว่าจะมียอดขายที่ดีขึ้นในเวลาไม่กี่วัน เหมาะกับร้านค้าที่ต้องการกระตุ้นยอดขายแบบเร่งด่วน เน้นการโปรโมทสินค้าใหม่ หรือตรงกับช่วงเทศกาลที่มีผู้นิยมมองหาของขวัญหรือใกล้วันที่เงินเดือนออก เป็นต้น การทำ SEO และ SEM มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน แต่สามารถนำมาผสมผสานทำร่วมกันได้ในเว็บไซต์เดียว เพียงแต่ต้องเข้าใจหลักการและคาดหวังผลให้ถูกต้อง เลือกจังหวะวางแผนการตลาดให้ดี จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการทำ

วิธีดูแลสุขภาพให้สดใสแข็งแรงตลอดปี

ทุกคนต่างต้องการมีสุขภาพกายและใจที่ดี เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานได้มากที่สุดและมีความสุขในทุกวัน การจะทำให้คุณมีพลังในการทำงาน และลดความเสี่ยงการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง ไขมันในเลือดสูง จะมีวิธีใดบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย

วิธีใดบ้างที่ช่วยทำให้สุขภาพดี

1. เลือกรับประทานอาหารที่ดี

อาหารที่ดีไม่ได้หมายถึงเมนูอาหารที่มีราคาสูงที่ทำให้คุณต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แต่เป็นอาหารที่มีส่วนประกอบครบถ้วน 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ มีสัดส่วนของโปรตีนหรือเนื้อสัตว์คาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง เส้นใยไฟเบอร์จากผัก และวิตามินจากผลไม้ที่หลากหลายและเพียงพอในทุกวัน และต้องเลือกกรรมวิธีการปรุงที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการทอด เพราะจะเป็นการเพิ่มไขมันทรานส์ที่ทำให้เส้นเลือดอุดตันง่าย ไม่ใส่ผงชูรส น้ำปลา หรือเกลือมากเกินไป เพราะจะทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น เป็นต้น

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันคือ 6-8 แก้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่าเพียงพอต่อการใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เซลล์ในทุกอวัยวะทำงานได้อย่างสมดุล หากดื่มน้ำน้อย จะทำให้เลือดเข้มข้นและเหนียวมากเกินไปทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เป็นปกติ ทำให้สมองตื้อ ไม่แจ่มใส และยังทำให้ผิวแห้ง ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาริ้วรอยและการดูแก่ก่อนวัยด้วย

3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ปัจจุบันผู้คนนิยมทำงานทำงานเสริมรายได้ในช่วงหลังเลิกงาน และยังต้องใช้เวลากับการขับรถบนถนนที่มีสภาพการจราจรคับคั่งอีกหลายชั่วโมง ทำให้มีเวลานอนพักผ่อนน้อยลง จึงเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคเครียด โรคซึมเศร้า และทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายเสียสมดุลเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและไขมันโลหิตสูงด้วย การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายได้ฟื้นตัวรวดเร็ว เนื่องจากสมองจะหลั่งฮอร์โมน Growth Hormone ออกมา เพื่อซ่อมแซมร่างกายในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะช่วงเวลา 4 ทุ่มถึงตี 2

4. ต้องหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพทุก 6 เดือนถึง 1 ปี จะช่วยในการคัดกรองโรคให้รู้ได้ว่า ภาวะสุขภาพของคุณนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ และหากคุณมีช่วงอายุที่มากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงต่อโรคบางอย่างเพิ่มตาม เช่น โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก ฯลฯ ดังนั้น หากตรวจสุขภาพเป็นประจำสม่ำเสมอ จะทำให้พบโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน ควบคู่กับการใช้ยาอย่างเหมาะสม จะทำให้อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ทุเลาได้เร็ว

จะเห็นได้ว่าการดูแลสุขภาพให้ดีตลอดปี จะต้องใส่ใจทั้งเรื่องการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อนที่เพียงพอ และการใช้ไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้แนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ เพื่อให้สุขภาพดีสมบูรณ์แข็งแรงได้ยาวนาน

วิธีดูแลสุขภาพให้สดใสแข็งแรงตลอดปี

ทำอย่างไรให้ปี 2020 คุณประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเดิม

ทุกคนต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงานที่คนรุ่นใหม่เห็นตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เช่น จากรายการอายุน้อยร้อยล้าน ที่ทำให้ต้องการศึกษาว่าจะทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จแบบนั้นได้บ้าง

เรามาดูกันว่าจะมีวิธีอย่างไรที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ในปี 2020 ถ้าเริ่มทำแล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น

1. มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน

ต้องสำรวจตัวเองว่ามีอุปนิสัยแบบใดและเหมาะกับการทำงานแบบใด เช่น คนที่ชอบการคิดสร้างสรรค์ เหมาะที่จะทำงานในบริษัทเอกชน ก็ควรเร่งฝึกฝีมือในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งมีผู้ที่ต้องการจ้างงานจำนวนมาก แต่หากต้องการเป็นนายตัวเอง ก็ควรมีช่อง YouTube หรือเปิดหน้าร้านขายสินค้าของตัวเอง เพื่อสะสมชื่อเสียงและขยายฐานลูกค้า ฯลฯ จะเห็นได้ว่าการมีเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รู้ได้ว่าควรพัฒนาตัวเองไปด้านใดจึงจะประสบความสำเร็จเร็วที่สุด

2. มีแนวทางในการใช้และเก็บเงิน

ในปัจจุบันมีภาะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยในและต่างประเทศ การเรียนรู้ที่จะเก็บเงิน อย่างน้อย 1 ใน 3 ส่วนของเงินที่ได้มา เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และยังต้องนำเงินเก็บไปลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ด้วย เช่น การเล่นหุ้นแนวปันผล การซื้อกองทุน ฯลฯ จะเห็นได้ว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตต้องมีเรื่องการบริหารเงินและการลงทุนแบบมืออาชีพมาเกี่ยวข้องด้วย จึงเป็นอีกศาสตร์ที่คนต้องการประสบความสำเร็จต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3. การเพิ่มเพื่อนใหม่ที่ดี

การอยู่ในสังคมเดิม ๆ จะทำให้คุณพลาดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยังทำให้ไม่ได้พัฒนาตัวเองเท่าที่ควร จึงควรลงเรียนในคอร์สเสริมความรู้หลากหลายและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ เพื่อให้คุณได้มีโอกาสศึกษาผู้คนและนำประสบการณ์ที่หลาย ๆ คนบอกเล่า มาปรับใช้กับตัวเองให้ก้าวหน้าได้ดีขึ้น เป็นการเรียนรู้แบบลัดสั้นที่ใคร ๆ ก็ทำตามคุณได้ยาก

4. ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายนอกจากทำให้สุขภาพกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้สุขภาพจิตดีและสมองปลอดโปร่งมากขึ้นด้วย มีการวิจัยพบว่าคนที่มีความเครียดสะสมและโรคซึมเศร้า เมื่อได้มาออกกำลังกายต่อเนื่อง จะทำให้สมองมีการหลั่งสารสื่อประสาทชนิดดี ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและมีอารมณ์ดีขึ้นอย่างมาก

จะเห็นได้ว่า การทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จมากขึ้น ต้องมีการวางแผนและวางเป้าหมายให้ชัดเจน ที่สำคัญคือ ต้องมีวินัยเพื่อให้ก้าวถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการเข้าสู่ความสำเร็จในปี 2020 นี้

เริ่มทำแล้วจะประสบความสำเร็จ

วิธีลดความเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้

ภูมิแพ้เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้สูงอายุ อาการ ได้แก่ มีน้ำมูกสีใส คันจมูก จามบ่อย มีผื่นแพ้คันที่ผิวหนัง หากรุนแรงอาจหอบหืด ช็อกและเสียชีวิตได้ เรามาดูกันว่า จะป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้อย่างไรบ้าง

ลดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากเนื้อแดง

มีการศึกษาพบว่าคนที่ดื่มนมวัวและรับประทานผลิตภัณฑ์จากเนื้อแดง มีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์หากมีการบริโภคนมวัวมาก ก็จะทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้ตั้งแต่แรกเกิดได้

รับประทานวิตามิน อาหารเสริม

การรับประทานน้ำมันปลาสกัดหรือ Fish Oil นอกจากจะช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือดแล้ว ยังสามารถช่วยลดปัญหาภูมิแพ้ได้ โดยการรับประทานขนาด 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ด เป็นประจำ ทั้งนี้ควรเลือกยี่ห้อที่มีการทดสอบสารปนเปื้อนโลหะหนักด้วย เพราะอาจจะสะสมในร่างกายหากรับประทานเป็นประจำได้

ทำความสะอาดห้องนอน

ในห้องนอนมักมีไรฝุ่นและเชื้อโรคที่สะสม เนื่องจากขาดการทำความสะอาดที่ดีพอ การนำที่นอนไปตากแดดแรงจัดเป็นประจำจะช่วยให้ไร้ฝุ่นถูกกำจัดได้ดีขึ้น หากไม่สามารถทำด้วยตัวเอง แนะนำให้ใช้บริการของบริษัทเอกชนที่มีเครื่องกำจัดไรฝุ่นที่มีอุปกรณ์อย่างครบถ้วน

งดการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้าน

สัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมวจะผลัดขน และมีเศษรังแค สะเก็ดผิวหนังที่หลุดร่วงปลิวตามอากาศได้ ทำให้เด็กและผู้สูงอายุเกิดอาการภูมิแพ้ได้ง่าย หากมีสัตว์เลี้ยงควรเลี้ยงในที่จำกัดอย่างเหมาะสม และไม่ควรให้อยู่ในบ้าน

มีชั้นวางรองเท้าอยู่หน้าบ้าน

หลายคนจะถอดรองเท้าอยู่ในห้องหรือคอนโดมิเนียม ซึ่งฝุ่นจะฟุ้งกระจายได้ ควรซื้อตู้เก็บรองเท้าไว้ให้มิดชิด หรือหากมีพื้นที่หน้าบ้าน ก็ควรมีพรมเช็ดเท้าและวางตู้ใส่รองเท้าไว้ด้านนอก

ออกกำลังกายเป็นประจำวัน

หากว่ายน้ำ วิ่ง หรือปั่นจักรยานเป็นประจำทุกวัน ครั้งละ 30-45 นาที ต่อเนื่อง 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่าอาการโรคภูมิแพ้ลดลง รวมถึงจะไม่เป็นหวัดด้วย เพราะระบบเม็ดเลือดขาวทำงานต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น

ล้างแอร์เป็นประจำ

คนที่มีอาการภูมิแพ้จากการนอนในห้องแอร์ ควรตรวจสอบว่ามีการล้างแอร์เป็นประจำทุก 3-6 เดือนหรือไม่ ความอับชื้นและคราบน้ำที่ตกค้างในเครื่องจะทำให้มีเชื้อราตามมา ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้เรื้อรังได้

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้ควบคุมปัจจัยที่กระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้น หากทำตามที่แนะนำแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ต่อไป

ภูมิแพ้เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทุกเพศทุกวัย

« Older posts

© 2020 KorSan

Theme by Anders NorenUp ↑